กู้ชีพการท่องเที่ยวไทย ต้องรอต่อไปอีก 5 ปีถึงจะมีแววฟื้นคืนกลับมา

234
0
Share:

กู้ชีพการท่องเที่ยวไทย ต้องรอต่อไปอีก 5 ปีถึงจะมีแววฟื้นคืนกลับมา
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เนื่องจากไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารอร่อย ทั้งยังมีประเพณีและวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์ รวมถึงผู้คนเองก็เป็นมิตร อ้างอิงได้จากรายงานในปี 2019 ที่ Mastercard ระบุเกี่ยวกับผลการจัดอันดับ Global Destination Cities with the most international visitors ยกให้กรุงเทพมหานครถูกเมืองที่ผู้คนทั่วโลกเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก เฉลี่ยถึง 22.78 ล้านคนต่อปี ชนะขาดทั้งปารีส และลอนดอน ที่สำคัญคือกรุงเทพมหานครได้ครองแชมป์นี้ยาวนานติดต่อกันถึง 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2015

นอกจากนี้ จังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยก็เป็นที่สนใจและจับตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเช่นเดียวกัน โดย 3 เมืองที่ติด 10 อันดับจุดหมายปลายทางต่างประเทศที่ถูกค้นหามากที่สุดก็ได้แก่ เชียงใหม่ พัทยา และหาดใหญ่

หลังจากที่เกิดวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วโลกรวมถึงไทยได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งถ้าดูจากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศจะพบว่า ภาคการท่องเที่ยวถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ คิดเป็น 1 ใน 5 หรือราว 20% แต่โรคโควิด-19 ได้เข้ามาพังกระดานภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่เคยคึกคักให้ต้องสะดุดหยุดลง เนื่องจากทุกประเทศเริ่มมีการล็อกดาวน์ ห้ามเดินทางเข้าออก และปิดสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งเป็นเวลานา ส่งผลให้ได้รับผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไล่มาตั้งแต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ถึงรายย่อย ทั้งปิดชั่วคราว ทั้งปรับโมเดลธุรกิจ หรือบางรายที่สายป่านไม่พอก็ต้องยกธงขาว และล้มหายตายจากไปในที่สุด แม้บางรายจะพยายามยื้อให้เดินต่อไปได้ แต่หากเหตุการณ์ยังบานปลายแบบนี้ ก็อาจจะมากเกินกำลังในการพยุงธุรกิจให้อยู่รอดต่อไป

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยอาจต้องใช้เวลานาน 5 ปี ถึงจะกลับมาฟื้นตัวเหมือนช่วงก่อนการเกิดวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 นั่นนับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร เมื่อเทียบกับความเป็นอยู่และปากท้องของแรงงานในภาคการท่องเที่ยวที่ต้องทนแบกรับภาระรอบด้าน ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจของไทยก็อยู่ในช่วงถดถอยอย่างต่อเนื่องถึง 5 ไตรมาสติดต่อกัน แต่รัฐบาลก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อกู้ชีพเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ตั้งเป้าหมายในการเปิดประเทศ เริ่มจากเมืองท่องเที่ยว 6 เมืองหลักอย่าง ภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย พัทยา และเชียงใหม่ โดยจะนำร่องที่จังหวัดภูเก็ตเป็นที่แรกในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ. ก็มีมติเห็นชอบในแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส สามารถเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตได้โดยตรงผ่านเครื่องบิน และสามารถท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้โดยไม่ต้องกักตัว

อย่างไรก็ตามเมื่อดูตัวเลขชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยปีนี้กลับเหลือเพียงแค่ 500,000 คน จากเดิมในปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มพบการระบาด พบอยู่ที่ 6.7 ล้านคน

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 ในตอนนีั้ที่ยังพบการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการรายงานยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตรายวันที่ยังคงน่ากังวลอยู่ไม่น้อย แต่ยังพอใจชื้นตรงที่ยอดผู้ได้รับวัคซีนก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน การยอมเสี่ยงเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบ 2 โดส นับเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชน เพราะถ้ารอวันที่โควิด-19 ปิดเกมขาดแบบ 100% แล้วค่อยฟื้นฟูเศรษฐกิจคงเป็นเรื่องที่ยาก และประชาชนอาจรอไม่ไหว เนื่องจากมีภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับ ดังนั้นการที่รัฐบาลตัดสินใจเปิดประเทศให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการกู้ชีพภาคการท่องเที่ยวให้กลับมามีลมหายใจ ครึกครื้น และสร้างรายได้เข้าประเทศ คู่ขนานไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านอื่นๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตามทีมงาน BTimes ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาล การสาธารณสุข ผู้ประกอบการ แรงงาน และประชาชนที่ต้องอยู่ติดบ้าน ให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดี เพราะเชื่อว่าในวันที่โรคโควิด-19 หายไป ทุกคนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ประเทศไทยจะยังเป็นเมืองจุดมุ่งหมายหลักที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเลือกมา และเศรษฐกิจไทยจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

BTimes