เมื่อประชาชนพร้อมใจควักเงินซื้อวัคซีนเอง เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลใช่หรือไม่

372
0
Share:

เมื่อประชาชนพร้อมใจควักเงินซื้อวัคซีนเอง เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลใช่หรือไม่

วัคซีนถือเป็นความหวังในการคลี่คลายสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าสถานการณ์ยังคงหนักหน่วงต่อเนื่อง สถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่ล่าสุด (10 กรกฎาคม 2564) สูงเกือบถึงหมื่นราย ขณะที่รัฐบาลเองก็เร่งดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชน แต่ประชาชนก็มิได้มีความมั่นใจในคุณภาพของวัคซีนที่รัฐบาลจัดซื้อเลยแม้แต่น้อย จนต้องยอมควักเงินจ่ายเพื่อให้ได้วัคซีนทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

ไทย หนึ่งเดียวในโลกที่ประชาชนต้องควักเงินซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 ด้วยตัวเอง

ขณะที่โรคระบาดกำลังลุกลามไปทั่วโลก “วัคซีน” ถือเป็นอาวุธสำคัญที่จะช่วยสกัดสกั้นการแพร่ระบาด เหตุนี้จึงทำให้รัฐบาลทุกประเทศทั่วโลกเร่งจัดหาวัคซีน “ฟรี” ให้กับประชาชน เพราะเป็นหนึ่งในความรับผิดชอบหลักของรัฐตามกฎหมายที่ต้องทำเพื่อประชาชน แต่ปรากฏว่าวัคซีนที่รัฐบาลไทยจัดหาให้กับประชาชนกลับมีความล่าช้า อีกทั้งวัคซีนที่ฉีดอยู่ก็เกิดข้อกังขามากมายในเรื่องของประสิทธิภาพ เนื่องจากยังไม่สามารถยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อได้ มีเพียงแค่บรรเทาอาการจากหนักให้เป็นเบาเท่านั้น รวมถึงการกระจายวัคซีนที่ไม่ทั่วถึงจนไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตยังคงเพิ่มสูงทะลุเพดานอย่างต่อเนื่อง จนประชาชนเริ่มไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน หลายคนที่พอมีกำลังจึงเลือกที่จะควักเงินส่วนตัวจองวัคซีนทางเลือกอย่างโมเดอร์นา โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกกฎาคมที่ผ่านมา หลายโรงพยาบาลที่เปิดจองก็ได้มีการเรียกเก็บค่ามัดจำกันไปบางส่วนแล้ว รวมถึงบางโรงพยาบาลก็มีการเปิดให้จองวัคซีนโมเดอร์นาเพิ่ม ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลามจนเต็มภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง

แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อนายแพทย์บุญ เผยผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ถึงกรณีการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นาล่าช้า เหตุมาจากการที่รัฐบาลยังไม่ได้เซ็นสัญญากับบริษัทผู้ผลิต ทำให้ประชาชนเกิดอาการงงอย่างแรง ถึงขั้นขึ้นเทรนด์ในโลกออนไลน์ทวงถามถึงสาเหตุว่าเพราะอะไรในเมื่อเรายอมจ่าย แต่ทำไมรัฐถึงไม่ยอมเซ็นสัญญา ประชาชนเริ่มสับสนอีกครั้งว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ทำเพื่ออะไร เหตุใดประเทศไทยถึงได้วัคซีน mRNA อย่างวัคซีนไฟเซอร์กับวัคซีนโมเดอร์นาล่าช้ากว่าประเทศอื่นในอาเซียน พร้อมขอความชัดเจนว่าสุดท้ายวัคซีนทางเลือกนี้จะเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อไร?

ล่าสุดนายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) เผยถึงยอดการสั่งจองวัคซีนโมเดอร์นาในปัจจุบันว่ามีผู้จองเข้ามามากกว่า 9 ล้านโดส และมากกว่าจำนวนวัคซีนลอตแรกที่จะนำเข้ามาคือ 5 ล้านโดส โดยสาเหตุที่ทำให้วัคซีนโมเดอร์นาได้รับความสนใจ ก็เนื่องมาจากประชาชนมองว่าวัคซีนประเภท mRNA มีคุณภาพ

เมื่อไม่นานมานี้ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุข แถลงยืนยันว่าทางรัฐบาลได้อนุมัติให้จัดหาวัคซีนไฟเซอร์แล้ว คาดว่าจะเข้าไทยลอตแรกจำนวน 1.5 ล้านโดส และจะทำการฉีดวัคซีนกระตุ้นให้กับผู้มีความเสี่ยงสูงจำนวน 2 กลุ่มก่อน อันได้แก่ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 7 แสนคน และกลุ่มผู้สูงอายุ รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดซิโนแวคเข็มที่ 2 ครบ 3-4 เดือน จะต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 หลังจากนั้นถึงจะกระจายไปยังประชาชน ซึ่งในส่วนของประชาชนทั่วไป ภาครัฐได้มีการสั่งจองวัคซีนไฟเซอร์ไปแล้วจำนวน 20 ล้านโดส, วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจำนวน 5 ล้านโดส และวัคซีนโมเดอร์นาของภาคเอกชนที่กำลังจะมาในไตรมาสที่ 4

ปัจจุบันวัคซีนที่ประชาชนจำเป็นต้องเสียเงินจองเองได้แก่ วัคซีนซิโนฟาร์ม และวัคซีนโมเดอร์นา โดยวัคซีนซิโนฟาร์มนั้นอนุญาตให้จองได้เฉพาะองค์กรนิติบุคคล หน่วยงานภาครัฐ องค์กรการกุศล และหน่วยงานเอกชน สนนราคาอยู่ที่เข็มละ 888 บาท ส่วนวัคซีนโมเดอร์นา ทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้กำหนดราคากลางเป็นค่าบริการฉีดแบบอัตราเดียวกันทุกโรงพยาบาลอยู่ที่ 1,700 บาท

สุดท้าย หากวัคซีนคุณภาพที่ทางรัฐจัดซื้อ มาล่าช้ากว่าวัคซีนทางเลือกที่ประชาชนยอมควักเงินจ่าย และหากวัคซีนทางเลือกโดยเงินประชาชนนั้นถูกจิ้มลงบนแขนเมื่อไร วินาทีนั้นเราจะสามารถเรียกได้ว่ารัฐบาลกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 47 ที่ระบุว่า บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เราก็ได้แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้รับวัคซีนคุณภาพโดยแท้จริง และหวังว่าวัคซีนคุณภาพเหล่านั้นจะกระจายไปถึงประชาชนทุกระดับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง ทีมงาน BTimes ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนคนไทยและบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนให้สามารถผ่านพ้นฝันร้ายนี้ไปได้ สู้ๆ นะคะ

BTimes