สุดสลดใจ เมื่อคนไทยพยายามฆ่าตัวตายทุกๆ 10 นาที…

212
0
Share:

สุดสลดใจ เมื่อคนไทยพยายาม ฆ่าตัวตาย ทุกๆ 10 นาที…

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาประชาชนคนไทยต้องประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่แสนหนักหนาสาหัส และนับเป็นช่วงเวลาแห่งความสูญเสียที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบจะตั้งรับไว้ไม่ทัน ไม่ว่าจะเหตุการณ์เพลิงไหม้ อาคารถล่ม วางระเบิด หรือแม้กระทั่งวิกฤตหลักของประเทศอย่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรง ดันยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดทะยานเฉียดหลักหมื่น และผู้เสียชีวิตก็ยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับยอดผู้ที่รักษาหายที่ดูแล้วไม่ค่อยจะสมดุลกัน ส่งผลให้จำนวนเตียงรักษามีไม่เพียงพอ และยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก กระแทกซ้ำกับข่าวสลดใจรายวันถึงปัญหาการนอนรอเตียงอย่างไร้ความหวัง กระทั่งหมดลมหายใจ นับว่าสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์เดือดที่บางคนถึงกับให้นิยามความหายนะนี้ว่า ‘กลียุค’ เลยก็ว่าได้

ด้วยสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกไม่เฉพาะแค่ในประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า และเกิดความเครียดสะสมขึ้นอย่างไม่รู้ตัว โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เปิดข้อมูลที่น่าตกใจว่า คนไทยมีสถิติการฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และยังครองอันดับ 1 ของอาเซียน โดยมีการฆ่าตัวตายเฉลี่ยถึง 300 รายต่อเดือน รองจากประเทศญี่ปุ่น สวีเดน และสแกนดิเนเวีย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานในช่วงอายุประมาณ 20-50 ปี โดยยังมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือคนไทยพยายามฆ่าตัวตายทุกๆ 10 นาที อ้างอิงจากการศึกษาของ Antonio L Rappo รองศาสตราจารย์สังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสิงคโปร์ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการเมืองไทยกว่า 20 ปี ได้ระบุไว้ว่าอัตราการฆ่าตัวตายในไทยสัมพันธ์กับเหตุผลทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

ดูเหมือนว่าสาเหตุหลักของการฆ่าตัวตายส่วนใหญ่มาจากสภาพเศรษฐกิจ เนื่องจากประชาชนต้องอดทนกัดฟันสู้ดิ้นรนทุกวิถีทาง เพื่อให้ตัวเองสามารถมีชีวิตรอดจากวิกฤตเศรษฐกิจโรคระบาดครั้งนี้ โดยความคาดหวังที่คนไทยอยากได้จากรัฐบาลในฐานะผู้นำประเทศคือการจัดการที่เป็นระบบอย่างจริงจังตั้งใจ เพื่อนำพาประเทศก้าวผ่านความเลวร้ายนี้ไปให้ได้ เหมือนดั่งเช่นเพื่อนร่วมโลกอีกฝั่งฝากของเราที่สามารถเปิดประเทศและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข แม้ก่อนหน้าประเทศทางฝั่งยุโรปต้องเผชิญกับบททดสอบอันแสนโหดร้าย หรืออาจร้ายแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเขาก็สามารถเรียนรู้ เปลี่ยนแปลง และปรับปรุงทุกวิถีทาง เพื่อนำพาประเทศและประชาชนให้หลุดพ้นจากวิกฤตโรคเปลี่ยนโลกครั้งนี้ได้ จนสามารถกลับมาขับเคลื่อนการเมือง สังคม และเศรษฐกิจได้อีกครั้งด้วย

ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างยากลำบากขนาดนี้ แต่ถ้าเรามีผู้นำดี เศรษฐกิจก็จะดี ความเป็นอยู่ของประชาชนก็จะดี และอาจส่งผลให้สุขภาพจิตดี ลดอัตราค่าเฉลี่ยของการฆ่าตัวตายได้ และสุดท้ายประชาชนก็ยังคงเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศ จึงอยากขอให้บุคคลที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนในการบริหารประเทศ โปรดเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ทีมงาน BTimes ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนอดทนจนเราสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้ และอยากให้ลองมองหาความสุขเล็กๆ ที่พอจะทำให้ใจได้ฟูขึ้นมาบ้าง เพราะตอนนี้สถานการณ์รอบตัวช่างโหดร้ายเหลือเกิน… มาจับมือก้าวผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายนี้ไปด้วยกันนะคะ

BTimes