ผู้ปกครองโอดเตรียมรับภาระหนักอึ้งต้อนรับเปิดเทอม ซ้ำยังห่วงโควิด-19 แม้ยอดติดเชื้อลดลง

284
0
Share:

ผู้ปกครอง โอดเตรียมรับภาระหนักอึ้งต้อนรับ เปิดเทอม ซ้ำยังห่วง โควิด-19 แม้ยอดติดเชื้อลดลง
เด็กไทยและครูไทยได้เฮรับข่าวดี หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตวนลูปอยู่ในวงจรการศึกษาแบบออนไลน์มาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ก็ถึงคราวที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตแบบปกติอีกครั้ง โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มีการประชุมเพื่อวางมาตรการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเรียนในภาคเรียนที่ 1/2565 อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 17 พฤษภาคมนี้

สรุปมาตรการเปิดเทอมแบบออนไซต์ ปี 2565 แบบคร่าวๆ ได้มีการแบ่งแผนรับมือทั้งกรณีอยู่โรงเรียนประจำ และกรณีเรียนแบบไป-กลับ พร้อมไม่บังคับตรวจ ATK ก่อนไปเรียน หากนักเรียน ครู หรือบุคลากรตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ให้แยกกักตัวที่บ้าน หรือแยกกักตัวที่โรงเรียน โดยไม่จำเป็นต้องสั่งปิดสถานศึกษา แต่ให้ทำความสะอาดห้องเรียน ชั้นเรียน และสถานศึกษา พร้อมให้ทางสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสมให้กับนักเรียนที่ติดเชื้อ ทั้งนี้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่ได้รับวัคซีนครบและไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องกักตัว สามารถเรียนได้ตามปกติ แต่ให้ตรวจ ATK ในวันที่ 1, 5 และ 10 หลังจากทราบว่าได้พบผู้ติดเชื้อ และต้องทำการเว้นระยะในห้องเรียนอย่างน้อย 2 เมตร สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ สามารถเข้าเรียนได้ตามปกติ พร้อมทำการเว้นระยะห่างในห้องเรียนอย่างน้อย 1 เมตร

ถึงแม้ว่าการเปิดเรียนจะทำให้ผู้ปกครองหลายคนรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เพราะที่ผ่านมาต้องอดทนและทุ่มเทเวลาดูแลลูกหลานในการเรียนออนไลน์เป็นอย่างมาก แต่เหมือนว่าภูเขาที่ทับอกอยู่นี้จะไม่ได้มีแค่ลูกเดียว เนื่องจากพอมองกลับมากลับพบค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการเปิดภาคเรียนในครั้งนี้ ที่ทำเอาบางคนถึงกับต้องกุมขมับ นอกจากต้องหาค่าเทอม ยังมีค่าชุดนักเรียน หรืออุปกรณ์ประกอบการเรียนต่างๆ ที่ต้องตระเตรียมด้วย ทั้งยังมีสิ่งที่พ่วงท้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือค่าใช้จ่ายในการรับ-ส่งบุตรหลานอย่างค่าน้ำมัน ที่ตอนนี้พุ่งทะยานปรับขึ้นรายวันเลยก็ว่าได้ ไม่หมดเท่านี้ แต่ของกินของใช้ก็ยังทยอยปรับขึ้นราคาอย่างต่อเนื่องร่วมด้วย เห็นทีค่าขนมของลูกๆ ที่เคยได้ก็อาจจะต้องปรับขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอันเป็นผลพวงมาจากพิษเศรษฐกิจ ซึ่งดูเหมือนว่าเปิดเทอมรอบนี้จะหนักหนากว่าครั้งไหนๆ จริงๆ…

เมื่อรายจ่ายเพิ่ม แต่รายรับกลับคงที่ เห็นทีผู้ปกครองคงได้หันหน้าพึ่งพาโรงรับจำนำ โดยโรงรับจำนำในหลายจังหวัดได้เติมเงินทุนเพื่อรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ โรงรับจำนำในจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการจัดเตรียมเงินถึง 200 ล้าน เพื่อรองรับผู้ปกครองที่จะนำทรัพย์สิน ทองคำ เครื่องมือประกอบอาชีพต่างๆ มาเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือจะเป็นโรงจำนำเทศบาลเมืองอุทัยธานี ได้สำรองเงินไว้ 100 ล้านบาท เพื่อรองรับในช่วงเทศกาลเปิดเทอมในสัปดาห์หน้า

ต้องยอมรับจริงๆ ว่าคนไทยขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นคนสู้ชีวิตอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนชีวิตจะสู้กลับตลอด เพราะจะต้องมีเหตุการณ์หรือวิกฤติต่างๆ โหมเข้ามาทดสอบจิตใจของคนไทยอยู่ตลอดเวลา ทีมงาน BTimes ก็ได้แต่หวังว่าโชคชะตาจะหยุดเล่นตลกและเข้าข้างคนไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเสียที ขอเป็นกำลังใจให้แฟนเพจ ผู้ปกครองและน้องๆ ที่กำลังจะเปิดเทอมฮึดสู้ เพราะเชื่อว่าความพยายามไม่เคยทรยศใคร สู้ๆ นะคะ ขอให้ชีวิตไม่สู้กลับค่ะ

BTimes