ราคาน้ำมันพุ่ง 6 ครั้งในรอบเดือน ทำคนหวั่นกลัวค่าครองชีพจะพุ่งตาม

389
0
Share:

ราคาน้ำมัน พุ่ง 6 ครั้งในรอบเดือน ทำคนหวั่นกลัวค่าครองชีพจะพุ่งตาม

ตลอดเดือนกันยายนที่ผ่านมาพี่น้องคนไทยต้องเลี้ยวรถเข้าปั๊มน้ำมันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เหตุเพราะราคาน้ำมันมีการปรับขึ้นอย่างน่าตกใจถึง 6 ครั้งในรอบหนึ่งเดือน ทั้งยังเป็นการปรับขึ้นเพียงแค่อย่างเดียว โดยน้ำมันประเภทที่ดีดราคาขึ้นแรงที่สุดได้แก่ ประเภทกลุ่มดีเซล รวมปรับราคาขึ้นทั้งสิ้น 2.50 บาท/ลิตร ถัดมาคือกลุ่มเบนซิน ปรับขึ้นรวม 1.90 บาท/ลิตร และสุดท้ายคือ E85 ปรับขึ้นรวม 1 บาท/ลิตร จนเรียกได้ว่าเดือนนี้เป็นเดือนกันยามหาโหดเลยก็ว่าได้

ส่วนสาเหตุของการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่องนั้น กระทรวงพลังงานได้ออกมาแถลงการณ์ว่า ทั่วโลกมีความต้องการในการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 ซึ่งในบางประเทศสถานการณ์การระบาดของโรคเริ่มดีขึ้น จึงเร่งฟื้นฟูประเทศ เพื่อให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว นอกจากนี้ทางฝั่งซีกโลกตะวันตกก็กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว รวมทั้งในสหรัฐอเมริกาก็ได้รับผลกระทบจากพายุ ส่งผลให้การผลิตน้ำมันต้องหยุดชะงัก อีกทั้งกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน หรือ OPEC ได้มีการควบคุมการผลิตน้ำมันดิบ ทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

จากเหตุผลดังกล่าวก็เป็นที่ยอมรับได้ว่า ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลก เพียงแต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่ประชาชนคนไทยต่างต้องเผชิญหน้า และรับมือกับความยากลำบากจากพิษเศรษฐกิจ จากการระบาดของโควิด-19 หรือแม้แต่ภัยพิบัติน้ำท่วมที่ได้ขยายวงกว้างไปในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนรู้สึกเหมือนถูกซ้ำเติมไม่จบไม่สิ้น ทั้งยังต้องมาเจอกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงสวนทางกับรายได้ที่คงเดิมหรือน้อยลง ซึ่งไม่เพียงแต่รถยนต์เท่านั้นที่ต้องใช้น้ำมัน เครื่องยนต์อื่นๆ ที่มีความจำเป็นต่อสถานการณ์น้ำรอระบาย ณ ขณะนี้อย่างเรือยนต์กับเครื่องสูบน้ำก็เป็นสิ่งที่จำเป็นไม่น้อยที่ต้องใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเครื่องยนต์ให้ทำงาน อีกทั้งเนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิตและขนส่ง ดังนั้นการขึ้นราคาน้ำมันอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปถึงราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค และการบริการต่างๆ ที่มีแนวโน้มในการปรับขึ้นราคาร่วมด้วย แน่นอนว่าผลกระทบเหล่านี้ก็จะตกลงมาที่ประชาชนตาดำๆ ผู้ที่ยังต้องเสียภาษีเป็นประจำทุกปี เพื่อหวังให้เงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้พัฒนาประเทศให้เจริญ และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น

สิ่งที่ประชาชนคาดหวังในตอนนี้คงอยากฝากให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นจนแทบรับไม่ไหว คนที่เงินเดือน 15,000 บาท กับคนที่เงินเดือน 50,000 บาท ต่างก็ต้องเติมน้ำมันในราคาที่เท่ากัน ดังนั้นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยจึงได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ลำพังเงินเยียวยาที่ได้รับก็แทบไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงปากท้อง ที่ไม่เฉพาะเพียงแค่ตัวเอง แต่ยังมีครอบครัวที่ต้องดูแลอีกมากมาย ซึ่งไม่เพียงแต่ราคาน้ำมันเท่านั้น แต่สิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตทั้ง 4 ปัจจัยต่างมีการขยับปรับขึ้นโดยที่ประชาชนไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงแค่ก้มหน้าแบกรับภาระเหล่านี้ด้วยความจำยอม

ปัจจุบันราคาน้ำมันทุกประเภทเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 บาท/ลิตร ถือเป็นราคาที่สูงพอสมควร เมื่อเทียบกับค่าแรงรายวัน แต่กระทรวงพลังงานก็ได้ออกมาให้ความมั่นใจกับประชาชนว่าได้เตรียมพร้อมรับมือ โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าอุดหนุนทันที หากราคาน้ำมันดีเซล (B10) มีราคาสูงกว่า 30 บาท/ลิตร ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 28.29 บาท/ลิตร

สุดท้ายทีมงาน BTimes ก็ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้แฟนๆ ทุกคนมีแรงกายแรงใจที่แข็งแรง เพื่อต่อสู้ ฟันฝ่า และก้าวพ้นทุกๆ วิกฤตไปด้วยกัน เพื่อรอวันที่ประเทศไทยจะกลับมาสู่ยุคเฟื่องฟูอีกครั้ง สู้ๆ นะคะ เราจะผ่านมันไปด้วยกันค่ะ

BTimes