สัญญาณการระบาดระลอก 4 กับการโดนสายพันธุ์เดลตาบุกกลางเมือง แล้ววัคซีนคุณภาพอยู่ไหน ?

587
0
Share:

สัญญาณการระบาดระลอก 4 กับการโดนสายพันธุ์เดลตาบุกกลางเมือง แล้ววัคซีนคุณภาพอยู่ไหน ?

สำหรับวิกฤตโควิด-19 ในประเทศไทยตอนนี้ เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่มีสถิตินิวไฮทั้งยอดติดเชื้อและเสียชีวิตแทบทุกวัน ยิ่งล่าสุดก็ยังพบกับสายพันธุ์เดลตาที่มาจากประเทศอินเดีย ทั้งยังถูกจัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีการแพร่ระบาดที่รวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที จากปัจจัยเหล่านี้ยิ่งซ้ำเติมให้ประชาชนพบกับความทุกข์ใจ แถมยังจมกับความเดือดร้อนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สัญญาณอันตรายแบบนี้จะเรียกได้ว่าอีกไม่นานประเทศไทยจะเข้าสู่ระลอก 4 อย่างเต็มรูปแบบใช่หรือไม่…

3 เดือนผ่านไปยอดติดเชื้อรายวันแทบไม่ลด มีแต่เพิ่ม

นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 จวบจนถึงปัจจุบัน วิกฤตโควิด-19 ระลอก 3 ได้คร่าชีวิตคนไทยรายวันไปมากมาย จนสามารถเรียกได้ว่ายอดติดไม่ลด ยอดตายก็เพิ่ม วัคซีนเองก็ยังเข้าไม่ถึงในทุกพื้นที่ แถมฉีดไปแล้วก็ยังสามารถกลับมาติดเชื้อได้อีก อันจะเห็นได้จากข่าวที่มีการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ครบ 2 เข็มแล้ว แต่ก็ยังติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนบุคลากรไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย ในขณะที่เตียง ICU ก็ขาดแคลน เตียงรักษาทั่วไปก็เต็มจนล้น ทำให้หลายโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ได้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพบว่าระบบสาธารณสุขไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤต เพราะวัคซีนที่ได้รับฉีดไป 2 เข็มนั้น ไม่สามารถยับยั้งการติดเชื้อได้ ประชาชนหลายคนเริ่มออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์ พร้อมทวงถามผู้มีอำนาจว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ท่านจะมองเห็นปัญหาและแก้ไขได้ตรงจุด ด้วยการนำเข้าวัคซีนที่มีมาตรฐาน สามารถยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อได้เสียที

นับตั้งแต่ประเทศไทยพบการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาถึง 3 ระลอก โดยเฉพาะตอนนี้ที่ถือเป็นรอบที่หนักหนาและกินระยะเวลายาวนานที่สุด ซ้ำยังมาเจอกับสายพันธุ์เดลตาที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในกรุงเทพฯ หากควบคุมไม่ได้ สายพันธุ์นี้ก็อาจจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ยึดเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แทนสายพันธุ์อัลฟ่าก็เป็นได้ จุดนี้เองทำให้ประชาชนหลายคนเริ่มสงสัยว่าประเทศไทยเข้าสู่ระลอก 4 แล้วหรือยัง

ล่าสุด คุณหมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “เราคงไม่เรียกว่าระลอก 4 เพราะระลอก 3 ยังคุมไม่ได้ ตอนนี้มีเดลตา เบตา น่าจะเรียกว่า ระลอก 3 เสริมพิเศษ หรือ ระลอก 3 ชุดใหญ่ไฟกะพริบ ว้าเหว่” ภายหลังจากที่โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ก็ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก หลายคนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม เพราะมองไม่เห็นถึงหนทางที่เราจะเอาชนะโรคนี้ได้เลย

การ์ดตก แผนควบคุมพังไม่เป็นท่า ประชาชนป่วย แล้ววัคซีนคุณภาพดีอยู่ที่ไหน

ตอนนี้ประเทศไทยเจอเชื้อโควิด-19 เกือบครบทุกสายพันธุ์ แต่เรายังไม่พบเจอวัคซีนคุณภาพดีที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการแพร่กระจาย และติดเชื้อให้กับประชาชนได้เลย หากมองย้อนกลับไปช่วงแรกที่เริ่มมีการจัดจำหน่ายวัคซีน ความล่าช้าในการติดต่อขอซื้ออาจจะเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะไม่มีข้อมูลว่าวัคซีนยี่ห้อไหนได้ผลดีที่สุด แต่ในตอนนี้มีข้อมูลชัดเจนและได้รับการยืนยันจากองค์กรชั้นนำมากมายว่าวัคซีนแต่ละยี่ห้อมีประสิทธิภาพเป็นอย่างไร เหตุไฉนทำไมการเจรจาเรื่องวัคซีนถึงล่าช้าเพียงนี้ การดำเนินงานของรัฐบาลไม่ได้เข้มข้นไปกว่าเดิม ขณะที่วัคซีนทางเลือกที่ประชาชนพร้อมใจจ่าย แต่กลับไม่พบความคืบหน้าชัดเจนในเรื่องของระยะเวลาที่จะได้ฉีด จนคุณหมอบุญ วาสนาสิน ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนแห่งนึงออกมาบอกว่า ตอนนี้วัคซีนโมเดอร์นายังไม่ได้เซ็นสัญญา เพราะติดขัดแค่เงื่อนไขจากรัฐบาล ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยว่าในเมื่อพวกเขาพร้อมจ่าย ทั้งๆ ที่ประเทศอื่นได้ฟรี แต่ทำไมถึงไม่มีความชัดเจน และความพร้อมมาตอบสักที ?

ประเด็นร้อนที่สุดตอนนี้อีกหนึ่งเรื่องคงหนีไม่พ้น การออกประกาศล็อกดาวน์เฉพาะจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดภาคใต้ โดยเนื้อหาหลัก คือการล็อกดาวน์เฉพาะจุด ปิดแคมป์ก่อสร้างและแคมป์ที่พักคนงานก่อสร้าง ห้ามเข้าออกเป็นเวลา 30 วัน ร้านอาหารเครื่องดื่ม ให้งดนั่งทานในร้าน และซื้อกลับบ้านเท่านั้น ห้ามจัดงานรวมตัวเกิน 20 คน อีกทั้งประกาศฉบับนี้ยังออกมาในยามวิกาลที่ประชาชนต่างหลับใหล พอตื่นเช้าก็ต้องพบกับเรื่องที่เปรียบเสมือนฝันร้าย หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมนายกรัฐมนตรีไม่ประกาศแจกแจงรายละเอียดตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เพราะการประกาศทันทีในเวลาดึกขนาดนี้จะทำให้ประชาชนคนทำมาค้าขายได้รับผลกระทบหนักที่สุด รวมถึงแผนรองรับเรื่องการเยียวยาที่ไร้ความชัดเจน ยิ่งเปรียบเสมือนการเผาจริงให้กับทุกกิจการ

เมื่อยังควบคุมการระบาดไม่ได้แบบนี้ เป้าหมายต่อไปของรัฐบาลกับการเปิดประเทศในอีก 120 วัน จะยังเป็นไปได้ใช่หรือไม่ และการดำเนินงานอย่างจริงจัง การกระจายวัคซีนคุณภาพไปยังประชาชนในทุกพื้นที่ อาจเป็นเครื่องพิสูจน์ที่เรียกขวัญประชาชนได้ดีกว่าการชูสองนิ้ว แล้วบอกให้สู้ๆ

อย่างไรก็ตาม ทางทีมงาน BTimes ขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชน และแพทย์ด่านหน้าทุกคนให้ก้าวพ้นวิกฤตนี้ไปได้นะคะ เราจะใส่เกราะสู้โรคร้ายไปด้วยกันค่ะ

BTimes