เสียงสะท้อนอ้อนวอนจากประชาชน เพื่อขอเตียงในการเข้ารักษาโรคโควิด-19

191
0
Share:

เสียงสะท้อนอ้อนวอนจากประชาชน เพื่อขอ เตียง ในการเข้ารักษาโรค โควิด-19

ดูเหมือนว่าการกลับมาระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รอบที่ 3 ที่เริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2564 จะเป็นรอบการระบาดที่มีความรุนแรงมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยยอดผู้ติดเชื้อสูงทะยานแตะหลักพันติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลงจนกลับมาเหลือสองหลักได้เลย แถมยังทำสถิติสูงสุดมากถึง 2,839 คน!! นับว่าการระบาดรอบนี้เป็นการติดเชื้อที่ทะลุรุนแรงทุกชนชั้นจริงๆ…

โควิด-19 ส่งให้เกิดวิกฤตผู้ป่วยล้น ยอดคนล้มตายเพิ่ม
หลังจากที่ประเทศไทยร้างการพบผู้ติดเชื้อมานานหลายเดือน ในที่สุดก็มีสายพันธุ์กลายพันธุ์มาแรงอย่างสายพันธุ์อังกฤษที่มาโผล่พรวดในย่านใจกลางเมืองจากกลุ่มคนที่หลายคนเรียกว่าบุคคล VIP และนักท่องเที่ยวยามราตรีกระเป๋าหนัก ส่งผลให้ประชาชนคนทั่วไปต้องกลับมาเผชิญกับความยากลำบากจากการปิดล็อกโรคอีกครั้ง รวมถึงกระแทกต่อสู่ประชาชนที่พบเชื้อก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการติดต่อโรงพยาบาล เพื่อให้มารับตัวไปรักษา หลายคนถึงกับร่ำไห้ ส่งข้อความอ้อนวอนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ร้องขอให้ทำการช่วยเหลือ เพราะไม่สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ หรือหากติดต่อได้ก็พบกับความผิดหวัง เพราะว่าเตียงเต็ม ทำให้พวกเขาจำใจต้องกักตัวเองอยู่ภายในบ้าน ซึ่งบางครอบครัวมีสมาชิกมาก มีพื้นที่จำกัด จึงส่งผลกระทบอีกระลอก คือการแพร่เชื้อกันเองภายใน แต่หากมองกลับกันก็เกิดคำถามอีกว่าทำไมบุคคนที่มีชื่อเสียงถึงหาเตียงได้อย่างง่ายนัก ทั้งๆ ที่ประชาชนคนธรรมดาหลายคนมีเงินพร้อมที่จะจ่ายค่ารักษาเอง แต่ทำไมถึงไม่ได้เตียง? ซ้ำร้ายผู้ป่วยบางรายต้องนอนอย่างหมดหวัง และไม่ได้เข้ารับการรักษา กระทั่งสุดท้ายก็หายเอง แต่บางรายกลับสร้างความสลดหดหู่ เนื่องจากเขาต้องนอนรอความหวังจนเสียชีวิตก็ยังไม่มีรถพยาบาลเข้าไปรับ เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงบนโลกออนไลน์ และในที่สุดเสียงของประชาชนก็ดังไปถึงสื่อใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง…

อีกหนึ่งคำถามสำคัญที่มาจากเสียงประชาชนคือรัฐไม่ได้เรียนรู้อะไรสักอย่างจากการระบาดรอบแรกเลยหรือ? ทำไมถึงเกิดความเหลื่อมล้ำจนผู้คนต้องติดเชื้อ และล้มตายมากขึ้นจากการแพร่ระบาดครั้งนี้ ซึ่งเราก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีผู้ที่ต้องล้มตายเพิ่มขึ้นอีกเลย และอยากวิงวอนขอให้ผู้มีอำนาจได้โปรดอย่าลืมสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 47 ที่บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

มาตรการที่มีดีมากแล้ว แต่ยังไม่เร็วพอต่อการหยุดยั้งการแพร่ระบาด
แม้ในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนของคลัสเตอร์ตลาดบางแคและคลัสเตอร์ทองหล่อ รัฐบาลเองก็ได้มีการเร่งตรวจ พร้อมกับฉีดวัคซีนให้กับผู้ที่ทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าว รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงสูงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเชื้อก็ได้เร่งกระจายไปทั่วพื้นที่กรุงเทพ และลุกลามต่อไปยังต่างจังหวัด ส่งผลให้โรงพยาบาลหลายแห่งต้องดรับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะน้ำยาไม่พอ อีกทั้งยังมีเสียงสะท้อนกลับมาว่าการเข้าถึงการตรวจเป็นเรื่องที่ยากจาก 2 ปัจจัย อันได้แก่ค่าตรวจเชื้อที่มีอัตราสูง ทำให้ประชาชนหลายรายไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เพราะการตรวจเพียงครั้งเดียวไม่สามารถรับประกันความเสี่ยงว่าเราปลอดเชื้อได้เลย หรือต่อให้มีบริการตรวจหาเชื้อฟรีก็มีจำนวนจำกัดจนเกิดการแย่งชิงสิทธิ์ตรวจกัน และหลายครั้งที่เราต้องเห็นข่าวซ้ำๆ ว่าผู้ป่วยติดเชื้อได้ถ่ายคลิปวิงวอนขอความช่วยเหลือ เนื่องจากไม่มีรถโรงพยาบาลมารับ เกิดเป็นคำถามว่าทำไมเราถึงต้องเห็นข่าวนี้ซ้ำๆ? ปัญหาควรได้รับการแก้ที่ดีได้หรือยัง? เสียงของประชาชนคนธรรมดายังดังไม่พอใช่หรือไม่?

สุดท้ายการระบาดในครั้งนี้จะเป็นบททดสอบอันยิ่งใหญ่ของรัฐบาลในการจัดการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การจัดลำดับความสำคัญในการแก้ปัญหา พร้อมยังเป็นกระจกสะท้อนถึงมุมมองของรัฐบาลที่มีต่อประชาชน เพราะสวัสดิการด้านสาธารณสุขต้องเป็น ‘สิทธิ์’ ของประชาชน ‘ไม่ใช่สิทธิ์พิเศษ’ ของคนบางกลุ่ม เหตุใดผู้ที่มีความมั่นคงทางรายได้ จึงมีความสำคัญกว่าผู้เปราะบางทางรายได้ที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่าในวันหนึ่งความเหลื่อมล้ำในประเทศจะลดลงไป และหมดไปในที่สุด…

ท้ายนี้ หากใครที่พบอาการเข้าข่ายติดเชื้อ ควรกักตัวเองและติดต่อขอเข้ารับการตรวจ หากพบว่าติดเชื้อให้โทรแจ้งประสานขอเตียงได้ที่สายด่วนกรมการแพทย์ 1668

ทีมงาน BTimes ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยโควิด-19 ประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนสามารถรับมือ และผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้ เราจะสู้ไปด้วยกันค่ะ

BTimes