กสิกรไทย จับตาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เงินเฟ้อ การเมืองในไทย ฟันด์โฟลว์ สัปดาห์นี้คาด เงินบาท เคลื่อนไหว 30.70-31.50 บาทต่อดอลลาร์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.00 ในช่วงต้นสัปดาห์ ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ที่ระดับ 30.97 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 29 ม.ค. 2569) โดยเงินบาทมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกภาษีที่ออกภายใต้กฎหมาย IEEPA อย่างไรก็ดี ปธน. ทรัมป์ทำให้ประเด็นนี้มีความซับซ้อนมากขึ้นด้วยการประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าที่อัตรา 10% กับประเทศคู่ค้าทั่วโลกภายใต้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 ซึ่งเริ่มมีผลเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์ หลังกนง. สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bps. ไปที่ 1.00% แต่กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกยังปรับตัวขึ้น และต่างชาติยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยต่อเนื่อง

ในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 ก.พ.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,399 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows ตลาดพันธบัตรไทย 5,759 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 6,466 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 706.6 ล้านบาท)

เปิดตลาดเอเชียเช้าวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569 เงินบาทอ่อนค่าลงมาที่ 31.24 บาทต่อดอลลาร์ฯ (7.50 น.) สอดคล้องกับทิศทางอ่อนค่าของสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางซึ่งยังคงลากยาวต่อเนื่องจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ สัญญาณฟันด์โฟลว์ที่น่าจะอยู่ในฝั่งขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยก็เป็นปัจจัยลบของค่าเงินบาทด้วยเช่นกัน

สำหรับ สัปดาห์นี้ 2-6 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 30.70-31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของไทย ปัจจัยการเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.พ. ดัชนีราคาส่งออกและนำเข้า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.พ. ของจีน ญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซน รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 (final) และอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของยูโรโซน ด้วยเช่นกัน

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles