ดัชนีหุ้นดาวโจนส์พุ่งปิดกว่า 100 จุด ราคาน้ำมันดิบปิดร่วงกว่า 3% เหลือกว่า 81 ดอลลาร์ ราคาทองคำปิดดิ่งกว่า 25 ดอลลาร์ หลุด 1,765 ดอลลาร์

177
0
Share:

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 (ตามเวลาในสหรัฐ) ตลาดหุ้นนิวยอร์ก สหรัฐ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ปิดที่ระดับ 36,157 จุด +104 จุด หรือ +0.29% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 4,660 จุด +29 จุด หรือ +0.65% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่ระดับ 15,811 จุด +161 จุด หรือ +1.04 % ทำให้ดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3 แห่ง ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประครั้งใหม่เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน

สถิติที่น่าสนใจของดัชนีหุ้นทั้ง 3 แห่ง พบว่า ในปีนี้ ดัชนีหุ้นดาวโจนส์มีจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวันรวม 51 ครั้ง และปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งที่ 42 ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 มีจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวันรวม 74 ครั้ง และปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งที่ 61 และดัชนีหุ้นนาสแดคมีจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างวันรวม 41 ครั้ง และปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งที่ 41

สาเหตุจากนักลงทุนรับรู้ความชัดเจนและเป็นทางการจากการประกาศของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด ในการเริ่มทยอยยุติมาตรการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้นในตลาดการเงินตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป เฟดจะทยอยลดมูลค่าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในตลาดการเงินลงเดือนละ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 510,000 ล้านบาท ทำให้มาตรการนึ้จะสิ้นสุดลงภายในราวกลางเดือนปี 2565 รวมถึงเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ตรึงดอกเบี้ยระยะสั้นของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาต่อไป

ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 81.17 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -2.74 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -3.3% ด้านราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 82.33 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -2.41 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -2.8%

สาเหตุจากตัวเลขปริมาณสำรองน้ำมันดิบรายสัปดาห์ในสหรัฐอเมริกาที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 3.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่คาดหมายไว้ที่ 1.6 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ ตลาดคาดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมติของกลุ่มโอเปกพลัสในการคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบรายเดือนต่อไป

ราคาทองคำล่วงหน้านิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 1,763.90 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ -25.50 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ -1.4% สาเหตุจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเริ่มแข็งค่ามากขึ้น ส่งผลนักลงทุนโยกการลงทุนเข้าไปในตลาดหุ้นมากขึ้น รวมถึงผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาที่เริ่มทยอยยุติมาตรการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในตลาดการเงินมีผลตั้งแต่เดือนนี้ไปถึงกลางปีหน้า