ยอดขายรถยนต์ในไทยเมษายนดิ่งหนักเกือบ 30% สวนทางคนแห่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งเกือบ 200%

329
0
Share:
รถยนต์

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนเมษายน 2565 โดยจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2565 มีทั้งสิ้น 117,786 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2564 ร้อยละ 12.87 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2565 ร้อยละ 31.79 เพราะวันทำงานน้อยกว่า ส่วนที่เพิ่มขี้นจากเมษายนปีที่แล้วเพราะผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะขายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 43.12 และ 26.39

ส่วนการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกยังคงลดลงร้อยละ 21.53 จากการขาดชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ของรถบางรุ่น แต่ผลิตรถกระบะเพื่อส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.17 จึงทำให้จำนวนผลิตรถยนต์เดือนเมษายนปีนี้เพิ่มขึ้นจากเมษายนปีที่แล้ว

รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2565 ผลิตได้ 36,516 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2564 ร้อยละ 10.07 ขณะการผลิตเพื่อส่งออก เดือนเมษายน 2565 ผลิตได้ 58,671 คัน เท่ากับร้อยละ 49.81 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนเมษายน 2564 ร้อยละ 1.70 ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนเมษายน 2565 ผลิตได้ 59,115 คัน เท่ากับร้อยละ 50.19 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2564 ร้อยละ 32.33

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนเมษายน 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 63,427 คัน ลดลงจากเดือนมีนาคม 2565 ร้อยละ 27.30 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 9.11 จากการผ่อนคลายการล็อกดาวน์และการอนุญาตให้จัดงานสงกรานต์ในวงจำกัด รวมทั้งการส่งมอบรถยนต์ให้ผู้จองรถยนต์ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่สิ้นสุดวันที่ 3 เมษายน เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา การผ่อนคลายข้อจำกัดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศให้มีความสะดวกมากขึ้น ทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากและค่าเงินบาทที่อ่อนค่ามากในรอบหลายปีจะทำให้ต้นทุนสินค้าหลายอย่างเพิ่มขึ้น รวมทั้งหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้อำนาจซื้อของประชาชนลดลง

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 121,845 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2564 ร้อยละ 8.97 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2565 ร้อยละ 20.84 ขณะที่การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนเมษายน 2565 ส่งออกได้ 55,696 คัน โดยลดลงจากเดือนที่แล้ว ร้อยละ 40.65 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2564 ร้อยละ 5.33 ส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นเดือนแรกในปีนี้จากรถกระบะเป็นหลัก จึงทำให้ส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง อเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ โดยมีมูลค่าการส่งออก 33,480.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2564 ร้อยละ 11.34

ทั้งนี้ ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนเมษายน 2565 มีการจดทะเบียนใหม่ จำนวน 1,232 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนปีที่แล้วถึงร้อยละ 197.58 โดยมีทั้งรถยนต์นั่ง รถโดยสาร รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์สามล้อรับจ้าง รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์สาธารณะ และรถบรรทุก โดยแม้ว่าปัญหาชิปขาดได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลก รวมถึงปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลกระทบ แต่ ส.อ.ท.ยังไม่หั่นเป้ายอดผลิตรถยนต์ปี 2565 โดยยังคงไว้ที่ 1,800,000 คัน ตามเดิม