รมว.คลัง เตือนหากกู้เงินเกินตัว ประเทศจะเสี่ยงถูกลดเครดิต จะให้ประเทศกระทบมากขึ้น

290
0
Share:

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดการขยายตัวเศรษฐกิจปี 65 ลดลงเหลือ 3.2% จาก 3.4% และปี 2566 ลดลงเหลือ 4.4% จากเดิม 4.7% ไม่ได้หมายความรัฐบาลต้องกู้เงินเพิ่มมากระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้เท่าเดิมเสมอไป และเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก็ยังเหลืออยู่ 5-7 หมื่นล้านบาท

“การกู้เงินเกินตัวไม่จำเป็น เป็นความเสี่ยงทำให้ต่างชาติมองประเทศไทยไม่ดี และลดเครดิตของประเทศไทย ทำให้ต้นทุนการกู้เงินของเอกชนและรัฐบาลแพงได้รับผลกระทบมากขึ้นไปอีก ตอนนี้เศรษฐกิจขยายตัวได้แล้ว ธุรกิจผู้ประกอบการเริ่มกลับมาดำเนินการได้ ถึงแม้ว่ายังไม่เหมือนเดิมก่อนเกิดโควิด ทำให้รัฐบาลต้องลดกานออกมาตรการช่วยเหลือที่เป็นภาระกับเงินกู้ลง” นายอาคม กล่าว

ทั้งนี้ในระยะสั้นรัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพ น่าจะช่วยบรรเท่าค่าครองชีพของประชาชนไม่สูงเพิ่มขึ้นมาก ทำให้ทั้งปีเงินเฟ้อยังอยู่ในกรอบอยู่ ในช่วงสั้นบางเดือนอัตราเงินเฟ้ออาจจะสูงเกินกรอบบน 3% ไปบ้าง แต่ทั้งปีต้องดูระยะยาวว่าเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีการหารือกับ ธปท. เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับอัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าราคาน้ำมันยังส่งผลกระทบกับเงินเฟ้อไทยในไตรมาส 2 ส่วนไตรมาส 3 ยังไม่แน่ใจ แต่ไตรมาส 4 คาดว่าจะทุเลาลง ซึ่งเรื่องสงครามเป็นเรื่องที่ประเมินยาก