ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกทะลุกว่า 86.43 ดอลลาร์ในเอเชีย สูงสุดในรอบ 3 ปีครั้งใหม่

85
0
Share:

วันนี้ 25 ตุลาคม 2564 ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบตลาดโลกในเอเชีย รายงานว่า เมื่อเวลา 13.45 น.(เวลาไทย) ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 84.38 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.62 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +0.7% ในช่วงระหว่างวันการซื้อขายวันนี้ ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์พุ่งขึ้นแตะระดับ 84.76 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปีครั้งใหม่ หรือนับตั้งแต่ตุลาคม ปี 2014

ด้านราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 86.09 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.56 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +0.7% ในช่วงระหว่างวันการซื้อขายวันนี้ ราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ พุ่งขึ้นแตะระดับ 86.43 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปีครั้งใหม่ หรือนับตั้งแต่ตุลาคม ปี 2018 ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ สร้างสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ราคา 86.10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

สาเหตุจากในภาพรวมตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวและถึงขั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคน้ำมันดิบทั่วโลก ถึงแม้จะมีปัจจัยบวกจากรัฐบาลจีนประกาศจะแทรกแซงราคาก๊าซธรรมชาติและราคาถ่านหินที่มีราคาแพงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งทำให้มีการใช้น้ำมันดิบมาผลิตไฟฟ้าทดแทนมากขึ้น นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าฤดูหนาวในสหรัฐอเมริกาปีนี้ อาจจะไม่หนาวเย็นรุนแรงเหมือนในช่วงฤดูกาลตากปกติที่เคยเป็นมา ด้านปริมาณสำรองน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐอเมริกา ลดต่ำลงเหนือคาดหมาย ซึ่งเดิมคาดว่าจะต้องเพิ่มขึ้นแต่กลับลดลงถึง 431,000 บาร์เรล ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 3 ปี หรือตั้งแต่ตุลาคม 2018 และปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูปดำดิ่งลงอย่างมากถึง 5 ล้านบาร์เรล ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 2 ปี หรือตั้งแต่พฤศจิกายน 2019

นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ รายงานว่าราคาก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพงต่อเนื่อง ทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันดิบไปผลิตก๊าซธรรมชาติแทน ส่งผลมีแนวโน้มใช้น้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นวันละ 500,000 บาร์เรล ด้านซาอุดีอาระเบียไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกพลัส เนื่องจากมติล่าสุดที่ตรึงกำลังผลิตไว้ที่เดือนละ 400,000 บาร์เรลนั้น ถือว่าเหมะสมและป้องกันราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนในระยะยาว รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ผู้ผลิตพลังงานในหลายประเทศที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว ปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดิบแทนก๊าซธรรมชาติที่มีราคาแพงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพื่อผลิตไฟฟ้า ส่งผลจะมีการใช้น้ำมันดิบเพิ่มขึ้นถึงวันละ 500,000-600,000 บาร์เรล

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 83.76 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +1.26 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +1.5% ด้านราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 85.53 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.92 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +1.09% ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ สร้างสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ราคา 86.10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านไป ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ สหรัฐอเมริกา ขยับขึ้น 0.5%