ลุ้นยอดป่วยหนักโควิด-19 ไม่แตะจุดอันตราย 1,000 คนในช่วงหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้

122
0
Share:
ลุ้นยอดป่วยหนัก โควิด-19 ไม่แตะจุดอันตราย 1,000 คนในช่วงหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ช่วงวันหยุดยาวพิเศษสุดสัปดาห์นี้ มีดังนี้

ช่วงนี้โควิด-19 ถูกฝีดาษวานรขโมยซีนไปได้มาก เพราะยอดทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลักหมื่น แต่อัตราการเสียชีวิตยังพบน้อยอยู่ ช่องทางการติดต่อโดยหลักแล้วมาจากการถูกเนื้อต้องตัวกันในระยะใกล้ รวมถึงละอองสารคัดหลั่งในระบบการหายใจ ทั้งน้ำมูก น้ำลายและเสมหะ แต่ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อในรูปแบบการสูดหายใจ (airborne) เอาละอองลอย (aerosols) เข้าไป อย่างไรก็ตามการใส่หน้ากากในที่สาธารณะ ช่วยป้องกันทั้งการรับเชื้อและแพร่เชื้อโรคฝีดาษวานรและโรคโควิด-19 ได้ทั้งคู่

ณ บ้านริมน้ำ ตัวเลขผู้ป่วยโควิดอาการรุนแรงกลับมาเพิ่มขึ้นใหม่ เมื่อพิจารณาตัวเลขผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยที่รักษาตัวนอกโรงพยาบาล ของสัปดาห์ที่ 29 แห่งปี (17-23 ก.ค.) มียอดเพิ่มขึ้นมาจากเดิมราว 30+% (จากราว 1.5 แสนไปเป็น 2 แสน) ส่วนจำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นมาจากเดิมราว 20+% (จากราว 1 หมื่นไปเป็น 1.2 หมื่น)

ตัวเลขนี้บอกเราว่า หลังช่วงหยุดยาวห้าวันมีคลื่นกระเพื่อมขึ้นมาลูกย่อมๆ ยังไม่เหนือบ่ากว่าแรงภาคการแพทย์นัก แต่ก็ไม่สบายเนื้อสบายตัวกันทั่วหน้าเพราะเพื่อนร่วมงานรอบข้างก็ติดเชื้อ/ป่วยไปหลายคนเหมือนกัน

ครั้นพิจารณายอดผู้ป่วยรุนแรง-ใส่เครื่องช่วยหายใจ-เสียชีวิต ก็เพิ่มขึ้นมาระดับ 20-40% ซึ่งจะยังเพิ่มต่อไปได้หน่อยในอีกสองสามวันข้างหน้าก่อนเริ่มหยุดยาวกันอีกรอบ หวังว่าผู้ป่วยหนักที่ทะลุ 900 มาแล้ว จะไปไม่ถึงจุดอันตรายที่ 1,000 ตามที่เคยเตือนไว้

ถ้าเป็นตามคาดว่าไม่ค่อยเหลือผู้บริสุทธิ์ ที่ยังไม่มีภูมิธรรมชาติ (nature immunity) และไม่มีภูมิเหนือธรรมชาติจากวัคซีน (nurture immunity) จำนวนผู้ติดเชื้อ/ป่วยอาจจะทรงหรือเพิ่มได้อีกเล็กน้อย เป็นการปรับฐานอีกครั้งช่วงหยุดยาวที่สองในปลายเดือนนี้ แล้วหวังว่าจึงค่อยเห็นลดลงช้าๆ ในกลางเดือนหน้า

กว่า 80% ของผู้ป่วยยืนยันจาก RT-PCR เกิดขึ้นในกรุงเทพ และกว่า 80% ของคนกรุงเทพติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย BA.5 นำหน้าต่างจังหวัดซึ่งติด BA.5 อยู่ที่ 60+% ส่วนที่ให้ข่าวกันว่า BA.5 ร้ายแรงกว่า BA.2 เพราะสุ่มตรวจพบในผู้ป่วยอาการรุนแรงในกรุงเทพได้กว่า 90% คงไม่สามารถระบุได้เพราะฐานการติดเชื้อไม่เท่ากัน แต่ถ้าปรับตามฐานที่ใกล้เคียงกันแล้ว ความรุนแรงน่าจะอย่างน้อยเท่ากันหรือลดลงมาระดับหนึ่งเสียด้วยซ้ำ

ไม่ว่าผลสถานการณ์โควิดเดือนหน้าจะออกมาเป็นเช่นไร ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อ เหมือนแฟนปิศาจแดงที่ลงเรือลำเดียวกับแฟนหงส์แดงแล้ว ขืนทะเลาะกันรุนแรง เรือก็จะล่มเสียเปล่าๆ ปลี้ๆ ท้ายสุดจะชวดแชมป์ปล่อยให้ทีมเรือใบสีฟ้าหยิบชิ้นปลามันไปครอบครองเหมือนฤดูกาลที่แล้ว