สมาคมยาสูบฯขอรัฐทยอยปรับขึ้นภาษีบุหรี่

771
0
Share:

นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของร้านค้าปลีกที่ขายยาสูบ จะนำผลการสำรวจความคิดเห็นเรื่องผลกระทบร้านค้าปลีกจากนโยบายการขึ้นภาษียาสูบสุดโหด จัดทำโดยนิด้าโพล เสนอต่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง // กรมสรรพสามิต และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป
.
เพื่อสะท้อนสถานการณ์ปากท้องของร้านค้าให้ได้รับทราบและพิจารณาปรับแนวนโยบายเพื่อลดผลกระทบหรือบรรเทาปัญหา โดยจากผลสำรวจของนิด้าโพล ระบุว่า ร้านค้ากว่า 90% ยืนยันเสียงเดียวกันว่า “ไม่เห็นด้วย” กับการขึ้นภาษีบุหรี่รอบหน้าจาก 20% เป็น 40% ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 เพราะคาดว่าจะทำให้รายได้จากการขายของลดลงและประสบปัญหาเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอ เพราะต้นทุนบุหรี่สูงขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมร้านค้าโชห่วยให้ค้าขายยากลำบากขึ้นไปอีก
.
นอกจากนี้ ยังพบว่าร้านค้า 95% คาดว่าจะถูกกระทบหากขึ้นภาษีบุหรี่ในปี 2563 โดยแบ่งเป็น 57% มองว่าผลกระทบหลักมาจากรายได้ที่จะลดลงจากการขายบุหรี่ // 29% มองว่าผลกระทบหลักจะเป็นเรื่องของเงินทุนที่อาจมีปัญหาเพราะต้นทุนบุหรี่แพง และ 9% มองว่าผลกระทบหลักจะมาจากการที่ขายสินค้าอื่นลดลงตาม
.
โดยในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา กระทรวงการคลังขึ้นภาษียาสูบและยาเส้นเป็นระลอก เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 ที่ปรับขึ้นภาษีบุหรี่ 2 ชั้น ทำให้ราคาบุหรี่ถูกที่สุดแพงขึ้นกว่า 50% จนปัญหาบุหรี่เถื่อนรุนแรงขึ้น และผู้สูบบุหรี่หันไปสูบยาเส้นที่มีราคาถูกกว่าแทน และเมื่อเดือนพฤษภาคมก็ได้มีการขึ้นภาษียาเส้นอีก จนทำให้ร้านค้าได้รับผลกระทบอย่างหนัก
.
โดยนิด้าโพล ได้ทำการสำรวจความเห็นของร้านค้าโชห่วยที่ขายยาสูบใน 7 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 1,029 ร้าน เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา พบว่าตัวแทนร้านโชห่วย เสนอแนะปรับการขึ้นภาษีแบบเป็นขั้นเป็นตอน ทีละน้อย น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า