สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา หรือยูเอสทีอาร์ เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไต้หวันบรรลุข้อตกลง และลงนามในการปรับลดอัตราภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ลงอีกจากที่ 20% มาเหลือ 15% ส่งผลให้เป็นการปรับลดอัตราภาษีดังกล่าวรวมกันทั้งสิ้น 17% จากเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ที่เคยประกาศไว้สูงถึง 32% โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราภาษีที่ลดลงมาเหลือ 15% ดังกล่าวนั้น จะครอบคลุมถึงสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ด้วย ดังนั้น ไต้หวันจึงได้อัตราภาษีต่างตอบแทนที่ 15% เท่ากับประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ในขณะที่รัฐบาลไต้หวันตกลงที่จะใช้งบประมาณเป็นมูลค่ารวม 84,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.63 ล้านล้านบาท เพื่อซื้อสินค้าของสหรัฐอเมริกามีผลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2025 ไปถึงปี 2029 ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง 44,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.38 ล้านล้านบาท เพื่อซื้อก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ส่วนที่สองใช้เงิน 15,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 471,200 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องบินและเครื่องยนต์ของเครื่องบิน และส่วนที่สามใช้เงิน 25,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 781,200 ล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์และชิ้นส่วนไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์และเครื่องจักรผลิตเหล็ก เป็นต้น
นอกจากนี้ รัฐบาลไต้หวันตกลงที่จะปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าภาคการเกษตร และอื่นๆลดลง จากอัตราในปัจจุบัน หรือเกือบจะเป็น 0% ให้สหรัฐอเมริกา อีกด้วย
นายเจมีสัน กรีเออร์ หัวหน้าสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า การลงนามในข้อตกลงครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสอย่างมากมายให้กับเกษตรกร ชาวไร่ ชาวประมง แรงงาน และผู้ผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา ความสำเร็จในข้อตกลงในครั้งนี้เป็นผลมาจากทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ และการค้ามาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน แล้วจะเป็นการเพิ่มศักยภาพด้าน ความยืดหยุ่นและคล่องตัวในเครือข่ายการผลิตของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของทางสหรัฐอเมริกาและไต้หวัน