สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดความพร้อมการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 พร้อมร่วมเดินหน้าภารกิจการขนส่งเอกสารและบัตรเลือกตั้ง รวมทั้งเปิดพื้นที่จัดตั้งศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าจำนวน 2,410,425 ราย แบ่งเป็นผู้ขอใช้สิทธินอกเขตเลือกตั้งจำนวน 2,262,643 ราย ผู้ขอใช้สิทธิในเขตเลือกตั้ง จำนวน 8,247 ราย และผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 ราย ขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักร มีจำนวนรวม 1,598,056 ราย แบ่งเป็น ผู้ขอใช้สิทธินอกเขตออกเสียง จำนวน 1,502,390 ราย และมีผู้ขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร จำนวน 95,666 ราย โดย กกต. ได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติสำหรับการจัดการเลือกตั้งอย่างรัดกุม โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและสังคม
ทั้งนี้ สำหรับภารกิจด้านการลำเลียงและขนส่งบัตรเลือกตั้งทั้งในและนอกราชอาณาจักร กกต.ได้มอบหมายให้ “ไปรษณีย์ไทย” ทำหน้าที่จัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในประเทศและนอกราชอาณาจักร รวมถึงการจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดช่วงการเลือกตั้ง พร้อมทั้งมอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการรวบรวมและลำเลียงบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีการลงคะแนนแล้วเข้าสู่กระบวนการจัดการตามขั้นตอน รวมถึงสนับสนุนการจัดส่งข้อมูลและเอกสารสำคัญไปยังครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างครบถ้วนและทั่วถึง ส่วนในด้านความปลอดภัย กกต. ได้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญตลอดกระบวนการเคลื่อนย้าย โดยวางกลไกการควบคุมและตรวจสอบในทุกช่วงการดำเนินงาน เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างรอบคอบและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความเรียบร้อยของการเลือกตั้ง
นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 กรมการกงสุลได้เตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรอย่างเป็นระบบ โดยได้จัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร (บัตรเปล่า) พร้อมวัสดุอุปกรณ์ไปยังสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยในต่างประเทศ 67 ประเทศ 95 เมืองปลายทาง เพื่อรองรับการใช้สิทธิของคนไทยในต่างแดนอย่างทั่วถึง โดยได้กำชับให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลวัน เวลา สถานที่ และช่องทางการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน กรมการกงสุลให้ความสำคัญกับการควบคุมขั้นตอนและกรอบเวลาในการจัดส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทย โดยประสานการขนส่งอย่างปลอดภัยเพื่อส่งมอบให้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนของ กกต. ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานสื่อสารและขนส่งหลักของชาติ พร้อมที่จะสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้รับมอบหมายจาก กกต. โดยมีภารกิจหลักในด้านการขนส่ง 5 ภารกิจ ได้แก่ 1. จัดส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ส.ส.1/6), เอกสารแนะนําตัวผู้สมัคร, หนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ (อ.ส.2/8) และข้อมูลร่างรัฐธรรมนูญ 2. จัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติ บัตรเปล่า รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ ไปยัง 400 เขตเลือกตั้ง และหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า 3. จัดส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ทั้งขาไป-บัตรเปล่า และขากลับ บัตรที่ลงคะแนนแล้ว 4. ขนส่งและคัดแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่ลงคะแนนแล้ว 5. จัดส่งและตอบกลับหนังสือแจ้งเจ้าบ้านสําหรับการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต/ในเขตล่วงหน้า อีกทั้งยังได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการขนส่งบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติพ.ศ. 2569 ” ณ ไปรษณีย์ไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงาน และติดตามสถานการณ์การขนส่งตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยได้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ยานพาหนะ สถานที่ และเทคโนโลยีเพื่อรองรับภารกิจการขนส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรออกเสียงประชามติในปี 2569 โดยมีการระดมเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งรวมกว่า 600 เที่ยว เพื่อกระจายบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมถึงการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรไปยังปลายทางที่มีคนไทยพำนักทั่วโลก