ฮั่วเซ่งเฮง ปรับเป้าหมายราคาทองโลกเป็น 5,000 ดอลลาร์ ทองไทย 72,700 บาท  ปมความกังวลกรีนแลนด์ ตึงเครียดกระตุ้นราคา-แรงซื้อทอง

เพจ HSHsocial ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่า “กรีนแลนด์” ตึงเครียด Buy Gold, Sell America เป้าหมายทอง 5,000 ดอลลาร์  โดย ฮั่วเซ่งเฮง ชี้ว่าราคาทองปรับขึ้นร้อนแรงทะลุ 4,800 ดอลลาร์ และพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time high) อย่างต่อเนื่องแตะ 4,878 ดอลลาร์ (วันที่ 21 ม.ค.) ทองไทยทะลุ 70,000 บาท และทำ All-time high แตะ 71,800 บาท จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ตั้งแต่เปิดปีใหม่ เริ่มจากเวเนซุเอลาไปถึงกรีนแลนด์ ซึ่งท่าทีของทรัมป์ที่แข็งกร้าวต้องการยึดครองกรีนแลนด์ นำไปสู่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-EU หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ทรัมป์ขู่จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป จนกว่าสหรัฐจะได้รับอนุญาตให้ซื้อกรีนแลนด์ โดยจะเริ่มเก็บภาษี 10% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย.

ขณะที่ EU เตรียมมาตรการตอบโต้กลับเช่นกัน ทั้งมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ หรืออาจใช้เครื่องมือป้องกันการบีบบังคับ (anti-coercion instrument) ซึ่งยังไม่เคยถูกนำมาใช้มาก่อน โดยอาจจำกัดการเข้าถึงการประมูลงานภาครัฐ การลงทุน หรือกิจกรรมทางการธนาคารของสหรัฐ

โดย 2 เหตุผลหลักที่ทรัมป์ต้องการซื้อและครอบครองกรีนแลนด์ คือ

1.ที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ทรัมป์ต้องการเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารสหรัฐ กรีนแลนด์ตั้งอยู่ระหว่างทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ติดกับมหาสมุทรอาร์กติกและหันหน้าเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตำแหน่งที่ตั้งนี้ทำให้กรีนแลนด์อยู่บนเส้นทางทางทหารที่สำคัญ เส้นทางที่สั้นที่สุดของขีปนาวุธข้ามทวีปจากรัสเซียที่มุ่งสู่สหรัฐจะพาดผ่านบริเวณอาร์กติกและเหนือกรีนแลนด์ และเส้นทางที่สั้นที่สุดจากอเมริกาเหนือไปยุโรป ทำให้สหรัฐได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ด้านการทหารและระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้วยขีปนาวุธ

2.กรีนแลนด์อุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างมาก รวมถึงแร่หายากที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง จากการสำรวจในปี 2023 พบว่ากรีนแลนด์มีแร่ธาตุ 25 จาก 34 ชนิดที่คณะกรรมาธิการยุโรปจัดให้เป็น “วัตถุดิบที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์”

กรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการมองกรีนแลนด์ในฐานะดินแดนพันธมิตร ไปสู่การปฏิบัติในฐานะทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องควบคุม

ฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (20 ม.ค.) เงินดอลลาร์ พันธบัตร และตลาดหุ้นสหรัฐ ต่างพากันปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ทำให้เริ่มมองว่าอาจเกิดกระแส “Sell America trade” ซึ่งปีที่แล้วมาตรการภาษีในวัน Liberation Day ในเดือน เม.ย. เริ่มเห็นกลยุทธ์การขายสินทรัพย์สหรัฐ (Sell America trade) จากสงครามการค้าและปัญหาวินัยทางการคลังของสหรัฐ ซึ่งเดือน พ.ค. Moody’s Ratings ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหนี้รัฐบาลสหรัฐจาก Aaa ลงมาเป็น Aa1 โดยให้เหตุผลจากการขาดดุลงบประมาณและต้นทุนการกู้ยืมที่สูง แต่กระแสดังกล่าวค่อย ๆ ซาลงไป แต่ก็อาจกลับมาอีกครั้งอย่างรุนแรงในปีนี้ แต่ความรุนแรงอาจไม่เท่าปีที่แล้ว ดูได้จากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.5% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (20 ม.ค.) เมื่อเทียบกับวัน Liberation Day เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 1.6% และปีที่แล้วเงินดอลลาร์อ่อนค่าถึง 10% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวดีอยู่ ทำให้แรงเทขายตลาดหุ้นสหรัฐอาจไม่รุนแรง

โดยมาตรการภาษีในวัน Liberation Day ในต้นเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว ทำให้มีแรงซื้อทองคำและราคาทองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด บางวันขึ้นเกือบ 100 ดอลลาร์ จากต้นเดือนราคาทองอยู่ที่ 3,100 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นไปทำ ATH ใกล้ 3,500 ดอลลาร์ ในวันที่ 22 เม.ย. ปรับขึ้นราว 400 ดอลลาร์ ใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น ในช่วงเวลานี้หลังเกิดสถานการณ์ตึงเครียดของกรีนแลนด์ราคาทองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขึ้นวันละเกือบ 100 ดอลลาร์ เช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนที่เกิดสถานการณ์ตึงเครียดของกรีนแลนด์ราคาทองอยู่ที่ราว 4,600 ดอลลาร์

ดังนั้นคาดว่าราคาทองคำรอบนี้อาจขึ้นราว 400 ดอลลาร์ ดังนั้นเป้าหมายราคาทองรอบนี้อยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ ราคาทองไทย 72,700 บาท (สมมติฐานเงินบาท 32.75 บาท/ดอลลาร์) สิ่งที่ต้องระวัง คือ แรงเทขายเพื่อล็อกผลตอบแทน ซึ่งปีนี้ราคาทอง Spot ให้ผลตอบแทน 13% และท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์และสงครามการค้ากับอียูแข็งกร้าวลดลง

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles