นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยรายงานตัวเลขการผลิต ยอดขาย และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์เดือนธันวาคม 2025 และตลอดทั้งปี 2025 ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยส่งสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน เนื่องจากยอดขายในเดือนธันวาคม 2025 มีจำนวน 75,121 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ร้อยละ 47.17 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ร้อยละ 39.07 ทำสถิติเป็นเดือนแรกในรอบ 33 เดือนที่มียอดขายรถยนต์ 75,121 คัน
สอดคล้องกับยอดจองรถยนต์ 75,246 คันในงานมหกรรมยานยนต์เดือนธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายที่ต้องจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการ EV 3.0 รถยนต์นั่งจึงเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 และรถยนต์ SUV เพิ่มขึ้นร้อยละ 106.3 รถ PPV ยังคงขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.5 เพราะปี 2026 มีผู้ผลิตรายใหม่เพิ่มขึ้นมา อย่างไรก็ตาม รถกระบะยังคงมียอดขายทรงตัวที่ระดับต่ำที่ 14,965 คัน เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3.9
ปัจจัยกระทบ เนื่องจากการเข้มงวดปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงและเศรษฐกิจในประเทศเติบโตในอัตราต่ำ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) ยังคงต่ำ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนพฤศจิกายน 2025 ยังคงลดลงร้อยละ 4.24 การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 55,49 แสดงถึงการจ้างงานยังคงชะลอตัว นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย 32,974,321 คน ลดลงร้อยละ 7.23 ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอ
เมื่อแบ่งเป็นประเภทเครื่องยนต์ ยอดขายในธันวาคม 2025 มีดังนี้ รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 11,656 คัน เป็น 15.52 ของยอดขายทั้งหมด แต่ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 18.91 ถัดมารถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า 100% (BEV) 19,748 คัน เป็น 26.29 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 273.38
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 601 คัน เป็น 0.80% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 109.41 รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 250 คัน เป็น 0.33% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100 ด้านรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 19,707 คัน เป็น 26.23% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 59.51 สำหรับรถกระบะมีจำนวน 14,883 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 3.28
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์(ส.อ.ท.) เปิดเผยต่อไปว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2025 พบว่ามียอดขาย 621,166 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 8.47 แยกเป็นรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 404,845 คัน เป็น 65.18% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 18.39 รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 128,893 คัน เท่ากับร้อยละ 20.75 ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 16.87
รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 120,301 คัน เท่ากับร้อยละ 19.37 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ร้อยละ 80.27 รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 8,621 คัน เท่ากับร้อยละ 1.39 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 260.56
ด้านรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 971 คัน เท่ากับร้อยละ 0.16 ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 100 และรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 146,059 คัน เท่ากับร้อยละ 23.51 ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 24 ขณะที่ รถกระบะมีจำนวน 143,072 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้วร้อยละ 12.41
ทั้งนี้ ในปี 2025 ผ่านไป ค่ายรถบีวายดีในประเทศไทย ใช้กลยุทธ์ด้านราคาเชิงรุกด้วยการปรับลดราคาขายรถอีวีในรุ่นซีลลงมากถึง 38% ในขณะที่ ยอดขายของรถอีวีพุ่งทะยานขึ้นถึง 20% ในปีผ่านไป