ปูนซิเมนต์ไทย ตั้งเป้ารายได้ปี 69 แตะ 5 แสนล้านบาท โต 1-3% ชี้เศรษฐกิจไทยวิกฤตกว่าปีก่อนคาด GDP หดเหลือ 1.6% 

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG เปิดเผยว่า ในปี2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้จากการขายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่กว่า 5 แสนล้านบาท โตขึ้น 1-3%จากปีก่อนที่มีรายได้จากการขาย 496,925 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) กว่า 5.5 หมื่นล้านบาท แม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและโลกในปีนี้ชะลอตัวลง โดยปีนี้GDPไทยโตเพียง 1.6 % แต่เศรษฐกิจอาเซียนยังไปต่อได้

ดังนั้นบริษัทตั้งเป้างบลงทุนในปีนี้ 3หมื่นล้านบาทใกล้เคียงปีก่อน เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักร 1/3ของบลงทุน ที่เหลือใช้ในโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนในลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (LSPE) ที่เวียดนาม และการขยายธุรกิจในอินโดนีเซียและเวียดนาม

ทั้งนี้ ยอมรับว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยเหนื่อยขึ้นกว่าปีก่อน ทำให้บริษัทต้องปรับตัว แต่ก็เริ่มเห็นโอกาสสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่องเอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้งเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอาเซียน

ขณะที่ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด บริษัทจึงวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวในปี 2569 ไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 1.เข้มข้น ด้วยวินัยการเงิน บริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI & Robotics 2.เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร โดยเดินหน้ากลยุทธ์ “Regional Optimization” ชู “เวียดนาม” เป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลน และการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสซีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 2569 GDP เวียดนามจะโต 7.0% ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ รวมทั้งการขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง ทั้ง “สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า – Smart Value Products (SVP)” “สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง – High Value Added (HVA) Products” และ “สินค้ากรีน – Green Products”

3.เสริมแกร่ง รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570 ที่จะช่วยเสริมแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว และ 4.เอาอยู่ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้วางเป้าอยากจะเห็นอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ของบริษัทปีนี้ลดลงมาต่ำกว่าระดับ 5 เท่า จาก ณ สิ้นปี 68 ที่อยู่ระดับ 5.5 เท่า โดยมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและหยุดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles