พนักงานรุ่นใหม่เจนซีไม่แย่อย่างคิด ธุรกิจรอดได้ในมือรุ่นใหม่ l 30 ส.ค. 68 FULL l BTimes Weekend

คลายปมสงสัย ทำไมองค์กรยุคดิจิทัลถึงปัดตกพนักงานรุ่นใหม่อย่างวัยเจนซี

ใครๆ ก็มักบอกว่าโลกของการทำงานมันไม่สวยงามอย่างที่เราคิด เพราะนี่คือสนามการแข่งขันที่คนทุกเจเนอเรชันต่างชิงชัยเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้บางครั้งต้องทำการยกเครื่องพฤติกรรมครั้งใหญ่ ตอกย้ำกับผลสำรวจการทำงานมากมาย เฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเจนซี กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความเป็นดิจิทัลเนทีฟ (Digital Native) หรือการเติบโตมาบนโลกแห่งเทคโนโลยี 100% จึงมีความมั่นใจและกล้าที่จะก้าวออกนอกกรอบมากกว่าคนเจนก่อนหน้า จนเกิดเสียงซุบซิบมากมายว่าคนเหล่านี้ไม่มีความอดทนในการทำงาน และมีทัศนคติที่แปลกแยกเกินกว่าสังคมองค์กรจะรับไหว อ้างอิงจากผลการสำรวจของ Hult International Business School ร่วมกับ Workplace Intelligence พบว่าผู้บริหารกว่า 89% มีแนวโน้มที่จะไม่รับสมัครนักศึกษาจบใหม่จากมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย จากสาเหตุที่ว่า 60% ของเด็กจบใหม่ยังขาดประสบการณ์ ในโลกแห่งความเป็นจริง, 55% ขาดทักษะการทำงานเป็นทีม, 51% ไม่มีทักษะที่เหมาะสม และ 50% มีมารยาททางธุรกิจที่ไม่ดี ดังนั้นนายจ้างจึงเลือกจ้างฟรีแลนซ์ หรือพนักงานที่เกษียณแล้วมาทำงานแทน หรือไม่ก็ปล่อยให้ตำแหน่งว่างงานนั้นว่างต่อไป

คุณยุ้ย ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย

และหากเราเลือกที่จะเชื่อผลสำรวจก็คงดูใจร้ายกับคนเจนซีมากเกินไป เพราะข้อมูลจากคุณยุ้ย ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ประเทศไทย พบว่าทุกๆ องค์กรหรือบริษัทในประเทศไทยต้องการความหลากหลาย และพร้อมอ้าแขนต้อนรับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างเจนซีเข้ามาทำงาน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกจากแนวคิดที่สร้างสรรค์ เพียงแต่ต้องเปิดใจ ทำความเข้าใจความต่างของแต่ละเจเนอเรชัน ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนนโยบาย หรือวัฒนธรรมองค์กรให้มีความก้าวหน้าตรงกับยุคสมัยมากขึ้น

ท่องให้ขึ้นใจ ไม่ว่าเจนไหน Upskill & Reskill สำคัญ!

ยิ่งมาเจอกับสภาพเศรษฐกิจลูกผีลูกคน ยิ่งทำให้องค์กรเลือกที่จะรัดเข็มขัดต้นทุนทุกรูปแบบ หากคนเจเนอเรชันเก่าที่เอาแต่จะทำงานให้ผ่านไปวันๆ โดยปราศจากการพัฒนาใดๆ มาเจอกับเด็กเจนซีที่พัฒนาทักษะจนสามารถทำงานเทียบเท่าคนมีประสบการณ์ได้ คุณคิดว่าบริษัทจะเลือกใคร? แน่นอนว่าเจนซีนอนเข้าเส้นชัยมาแบบสวยๆ บริษัทจ่ายน้อยได้ร้อย เทียบชัดๆ ก็เซฟต้นทุนด้านค่าตัวไปได้มากโข

(ขอขอบคุณรูปจาก Alfian Antono, vecteezy.com)

กลับมาในส่วนของความค้างคาใจที่ว่าเปลี่ยนงานบ่อยดีหรือไม่ มีผลต่อการรับเข้าทำงานหรือเปล่า ก็ต้องบอกว่าจุดนี้อาจจะไปสะกิดใจฝ่ายที่ต้องคัดเลือกคนเข้าองค์กรว่าการทำงานที่เก่าๆ ในระยะเวลาสั้นๆ แล้วเปลี่ยนถี่ๆ มาจากสาเหตุอะไร เพราะทำงานได้ไม่ตอบโจทย์ใช่หรือเปล่า ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าการรู้ตัวว่าไม่ใช่ไวแล้วมูฟไวเป็นเรื่อผิด แต่การอยู่นานอยู่ยืด แล้วพัฒนาทักษะให้ตอบโจทย์การทำงานจนถึงขั้นสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับองค์กรได้ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยให้คุณสามารถเติบโตในสายงานที่ถนัดอย่างมากได้ในอนาคต

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles