“ทองคำ” ยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้หรือไม่ หลังราคาผันผวนขึ้นแรง-ลงแรงจนน่าตกใจ 

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้เห็นบรรยากาศร้านทองที่กลับมาคึกคัก หลังจากที่ราคา ทองคำ ปรับพุ่งขึ้นไปขึ้นแตะระดับ 80,000 บาท ไม่ว่าจะเป็นสายเก็งกำไร หรือได้จังหวะทำราคาต่างก็พากันนำทองไปขายกันที่ร้านทองกันอย่างคึกคัก ก่อนที่ช่วงปลายสัปดาห์ราคาจะพลิกกลับดิ่งลงมาอย่างน่าตกใจ 

โดยเฉพาะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(30 ม.ค.69) ราคาทองคำปรับราคาผันผวนมากเป็นประวัติการณ์ ที่ 75 ครั้ง และยังทำราคาร่วงลงแรงถึง 6,100 บาท ในวันเดียว หลุดลงมาเหลือราคาช่วง 75,000 บาทในช่วงปิดตลาดเย็นวันดังกล่าว โดยทองคำแท่งรับซื้อ 75,300 บาท ขายออก 75,400 บาท  ส่วนราคาทองคำรูปพรรณรับซื้อ 73,798.88 บาท และขายออก 76,200 บาท ทุบราคาดิ่งลงต่ำสุดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 

ทำไมราคาทองผันผวนหนักขนาดนี้ได้?

ราคาทองไทยนั้นอิงตามราคาทองคำในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยน โดยปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำโลกขึ้นๆลงๆ นั้นหลักๆ ก็มาจากสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยตั้งแต่ต้นปีราคาทองปรับขึ้นไปแล้วราว 1,000 ดอลลาร์/ออนซ์ มีปัจจัยเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และในระยะต่อไป รวมไปถึงกรณีฟินแลนด์ และเวเนซุเอลา ที่ยังเคลียร์ไม่จบบริบูรณ์ หรือประเด็นก่อนหน้านี้ไม่นานคือกรณีหน่วยงานของสหรัฐฯ เกิดปัญหาชัตดาวน์ และเสี่ยงจะเกิดขึ้นอีกครั้ง การรอผลแต่งตั้งประธานเฟดคนใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อความกังวล ความไม่มั่นใจ และการเคลื่อนไหวของราคาทองที่ผิดปกติ ทั้งรุนแรงและรวดเร็ว 

ซึ่งตัวการสร้างความปั่นป่วน หลายคนน่าจะเดาได้ นั่นก็คือ ” โดนัลด์ ทรัมป์ ” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้จุดชนวนความกังวล ตั้งแต่ตั้งกำแพงภาษีนำเข้า โดยเฉพาะการก่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์กับหลายชาติไม่หยุดหย่อน 

คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ คาดการณ์ว่าราคาทองคำโลกในปีนี้จะปรับขึ้นอีกประมาณ 40% จากต้นปี หรือมาอยู่ที่ 6,030 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ราคาทองที่ผันผวนจนน่าตกใจนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนในรอบ 40 ปี และมองว่าถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯก็มีโอกาสที่ราคาทองจะปรับขึ้นไปอีก เพราะคาดเดาได้ยากว่าทรัมป์ จะทำเซอร์ไพรส์อะไรอีก 

ที่ผ่านมาราคาทองปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 8-9% แต่ปี 68 ราคาเพิ่มขึ้นมากถึง 65% และปีนี้ยังไม่ครบ 1 เดือน ราคาทองเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 20% โดยราคาทองในประเทศขึ้นมาแล้วบาทละ 16,550 บาท ซึ่งคาดว่าจะมาจากการเก็งกำไรของกองทุนทองคำ 

ทองคำกลับทิศดิ่งแรง

บทวิเคราะห์ ฮั่วเซ่งเฮง ระบุว่าการที่ราคาทองคำโลกย่อตัวลงในวันศุกร์ สาเหตุจากแรงกดดัน 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่แรงขายทำกำไร ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรฟื้นตัวระยะสั้น ตลาดลดความตื่นตระหนกจากประเด็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลงแล้ว แต่คาดว่าเป็นเพียงการพักตัวในแนวโน้มขาขึ้น มากกว่าการเปลี่ยนทิศทางเป็นขาลงถาวร 

ด้านกสิกรไทย ชี้ว่าราคาทองคำเผชิญแรงเทขายรุนแรง ทำให้ราคาผันผวนปรับตัวลงต่ำสุดที่ 5,127 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดจากระดับสูงสุด 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปัจจัยหลักมาจากการที่นักลงทุนเทขายเพื่อทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นเร็วและโดนเทขายเพื่อนำเงินสดไปชดเชยผลขาดทุนในตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงแรงในคืนที่ผ่านมา ได้กดดันราคาทองคำและโลหะมีค่าอื่น ๆด้วย 

และมีการคาดว่าส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่แบงก์ชาติจะบังคับใช้เกณฑ์ กำหนดวงเงินการซื้อหรือขายทองคำ ไม่เกินด้านละ 50 ล้านบาท/คน/แพลตฟอร์ม บนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ชำระเป็นสกุลเงินบาท เพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินบาท ในวันที่ 1 มีนาคม 2569 นี้ ด้วย 

ก่อนหน้านี้ทองปรับขึ้นอย่างร้อนแรง เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 ราคาทองพุ่งทำสถิติใหม่ยืนเหนือ 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ใกล้ระดับ 5,600 ดอลลาร์ และขึ้นติดต่อกัน 9 วันทำการ

และเมื่อวันศุกร์ (30 ม.ค.69 ) ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้ประกาศเลือก ‘เควิน วอร์ช’ เป็นประธาน Fed คนใหม่  ผ่าน Truth Social โดยอดีตเป็นหนึ่งในผู้ว่าการ Governor ที่อายุน้อยสุดของเฟด และอยู่ในตำแหน่งมา 5 ปี (2006-2011) มีความคุ้นเคยกับเฟดเป็นอย่างดี ซึ่งคาดว่าการที่ทรัมป์เลือก‘เควิน วอร์ช’เพื่อต้องการเดินหน้านโยบายลดดอกเบี้ยในอนาคต

ส่วนวาระของเจอโรม พาวเวลล์ ในฐานะประธาน Fed คนปัจจุบัน จะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 แต่เขาจะสามารถอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการ Fed ได้จนถึงเดือนมกราคม 2028 ซึ่งหลังจากที่ทรัมป์ประกาศ ราคาทองคำโลกก็ได้ปรับลงทันที 

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย  ได้โพสต์ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาทองคำ บนเพจเฟซบุ๊ก โดยบางส่วนระบุว่า ต่อไปความผันผวน คือ เรื่องปกติ คลื่มลม กระแทกแรง ในทุกสินทรัพย์ ขอย้ำว่า – ต่อไป ทุกสินทรัพย์มีโอกาสผันผวนหนัก !!! 

คนที่เลือกจะลงทุนต้องรับแรงกระแทกได้ ใจต้องนิ่งพอ ไม่เอาทุกอย่างเข้าไปทุ่ม ลงทุนบ้าง (พอสนุกๆ)ใช้เงินเย็น ที่เราเสียได้ พร้อมต้องทำใจว่า ช่วงนี้ การลงทุนมีปัจจัยเพิ่มที่ไม่ใช่เศรษฐกิจ

สิ่งที่ประกาศมา ที่คิดขึ้นมาโดยเฉพาะปัจจัยด้าน Geopolitics ที่สามารถพลิกทิศทางสินทรัพย์ได้แบบกระทันหัน แบบหักลำ ทำให้ การลงทุนกลายเป็นการเสี่ยง (แทง) ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ประเทศใหญ่ๆ เขาจะทำอะไร ท่าน President Trump จะประกาศอะไร !!! 

จากสถานการณ์ทองคำในปัจจุบัน แม้ราคาจะมีความผันผวนสูงจากหลายปัจจัยไม่แน่นอน ตามกระแสธุรกรรมระยะสั้น แต่ปัจจุบัน “ทองคำ” ยังเป็นสินทรัพย์ที่สถาบันการเงิน ธนาคารกลางแต่ละประเทศมีความต้องการถือครอง เพื่อป้องกันความเสี่ยง จึงอาจจะเรียกได้ว่าทองยังเป็นสินทรัพย์ที่มีไว้ หากไม่เก็งกำไร ยังไงก็อุ่นใจในทุกยุคสมัยก็ว่าได้

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles