ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 4/68 อยู่ระดับไม่เชื่อมั่น กังวลจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ผลกระทบอุทกภัย การแข็งค่าของเงินบาท ปัญหาขาดแคลนชิปในตลาดโลก 

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Sentiment Index) ไตรมาส 4 ประจำปี 2568 ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อย ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ (Hardware and Smart Device) กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล (Digital Service) กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (Digital Content) และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (Telecommunication) โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ระดับ 48.6 เพิ่มขึ้นจาก 46.9 ของไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยด้านผลประกอบการ ด้านปริมาณการผลิตฯ ด้านคำสั่งซื้อฯ และด้านต้นทุนประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้น ในทางกลับกัน ปัจจัยด้านการจ้างงานและด้านการลงทุนปรับลดลง

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล ไตรมาส 4 ปี 2568 ยังคงอยู่ในระดับ “ไม่เชื่อมั่น” ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุอุทกภัยที่กระทบต่อภาคการผลิตและการบริการของพื้นที่ภัยพิบัติ การแข็งค่าของเงินบาทที่กระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการที่พึ่งพาการส่งออกและความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทย ประกอบกับสถานการณ์ขาดแคลนชิปในตลาดโลกที่ส่งผลต่อการขึ้นราคาฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ช่วยคลี่คลายความกังวลทางการเมือง นำมาซึ่งการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น รวมถึงการบรรลุกรอบข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายความตึงเครียดของภาคธุรกิจ

เมื่อดูรายกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า ไตรมาส 4/2568 มี 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีดัชนีความเชื่อมั่นฯ สูงกว่าระดับ 50 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยมีดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 53.3 กลุ่มอุตสาหกรรมบริการด้านดิจิทัล อยู่ที่ระดับ 50.2 และกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อยู่ที่ระดับ 52.9 ส่วนอีก 2 กลุ่มอุตสาหกรรมมีดัชนีความเชื่อมั่นฯ ต่ำกว่า 50 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ มีดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 37.9 และกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ อยู่ที่ระดับ 49.0

“ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยคาดหวังให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมการใช้งานโซลูชันดิจิทัลของไทยในหน่วยงานภาครัฐ และเร่งพัฒนาบุคลากรดิจิทัลเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร สนับสนุนทุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลร่วมกับภาคเอกชน พร้อมสร้างแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ลดต้นทุนและเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยออกสู่ตลาดโลก” 

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles