ตลาดรถยนต์ในไทยปี 68 ย่ำแย่กว่าก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ซบเซาใน 30 ปี คาดยอดขาย 600,000 คัน ปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศลุมล้อม คาดปี 69 ไร้ปัจจัยบวกแรงหนุน

ตลาด รถยนต์ ในไทยปี 68 ย่ำแย่กว่าก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ซบเซาใน 30 ปี คาดยอดขาย 600,000 คัน ปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศลุมล้อม คาดปี 69 ไร้ปัจจัยบวกแรงหนุน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีนี้ที่ยังคงน่ากังวล โดยล่าสุดยอดขายรถยนต์ในประเทศปัจจุบันยังคงอยู่ที่ 5.7 แสนคัน และคาดว่าทั้งปี จะทำได้เพียง 600,000 คันเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 30 ปี หรือแย่กว่าช่วงก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2539 แม้จะมีรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV เข้ามาช่วยพยุงยอดขายกว่า 100,000 คัน แต่ปัญหาหลักยังคงอยู่ที่ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งฉุดรั้งตลาดต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี ประกอบกับยอดผลิตรถยนต์เพื่อขายในประเทศยังต่ำกว่าเป้าหมาย โดยคาดว่าอยู่ที่ 500,000 คัน โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนที่ปกติควรจะมีการผลิตที่สูงขึ้นเพื่อรองรับงาน Motor Expo แต่กลับมียอดผลิตน้อยอย่างผิดปกติไม่สอดคล้องกับยอดจองรถที่พุ่งสูง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการส่งมอบรถ

ขณะที่เป้าหมายการส่งออกปีนี้อาจทำได้เพียง 920,000 คัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 950,000 คัน โดยมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนของคำตัดสินศาลสูงสหรัฐฯ และความพ่ายแพ้ในตลาดหลักอย่างออสเตรเลีย ซึ่งไทยเสียส่วนแบ่งการตลาดให้แก่รถยนต์จากจีน โดยยอดนำเข้ารถจากไทยไปออสเตรเลียลดลงกว่า 19,000 คัน ขณะที่ค่ายรถจีนเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและราคา

สำหรับแนวโน้มปี 2569 ตลาดมีทิศทางทรงตัวภายใต้ความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งต้นทุนแร่ลิเธียมที่พุ่งสูงกว่า 94,000 หยวนต่อตัน และการเปลี่ยนผ่านมาตรการรัฐจาก EV 3.0 สู่ 3.5 ที่เงินอุดหนุนลดลงจาก 150,000 เหลือ 100,000 บาท ทำให้แรงจูงใจด้านราคาลดลง 

นอกจากนี้ยังต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งกุมภาพันธ์ปีหน้าเกิดความล่าช้า จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการอนุมัติงบประมาณปี 2570 และสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ตัวเลข GDP ของประเทศเติบโตต่ำกว่าเกณฑ์ที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามยังมีความหวังเกี่ยวกับกระแสข่าวที่รถ EV ราคาประหยัด 2-3 แสนบาทจะเข้ามาทำตลาด หากเกิดขึ้นจริงก็มองว่าน่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้น

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles