ตลาดหุ้นสหรัฐปิดสุดคึกคัก ดัชนีหุ้นดาวโจนส์กระฉูดกว่า 740 จุด ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

ตลาด หุ้น สหรัฐ ปิดสุดคึกคัก ดัชนีหุ้นดาวโจนส์กระฉูดกว่า 740 จุด ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์

ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2024 (ตามเวลาในสหรัฐ) ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 40,954 จุด +742 จุด หรือ +1.85% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 5,667 จุด +35 จุด หรือ +0.64% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่ 18,509 จุด +36 จุด หรือ +0.20% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ต่อเนื่อง และปิดพุ่งทะยานดีที่สุดในรอบ 1 ปี 1 เดือน หรือตั้งแต่มิถุนายน 2023

ในสัปดาห์ผ่านไป ดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3 แห่ง ปิด +1.6%, +0.9% และ +0.2% ตามลำดับ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 และดัชนีหุ้นนาสแดคปิดพุ่งขึ้น +17.6% และ +22.5% ตามลำดับ

สิ้นสุดเดือนมิถุนายน ปรากฎว่าดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3 แห่ง ปิดเพิ่มขึ้น +1.1%, +3.5% และ +6% ตามลำดับ ส่งผลให้ทั้ง 3 ดัชนีหุ้นปิดรายเดือนเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกันจากทั้งหมดใน 8 เดือนผ่านมา อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2 พบว่า ทั้ง 3 ดัชนีหุ้นปิดสวนทางกัน -1.7%, +3.9% และ +8.3% ตามลำดับ นอกจากนี้ สิ้นสุดครึ่งปีแรก หรือนับตั้งแต่ต้นปีนี้มาถึงปัจจุบัน พบว่า ดัชนีสำคัญดังกล่าวปิดเพิ่มขึ้น +3.8%, +14.5% และ +18.1% ตามลำดับ

สาเหตุจากนักลงทุนมองมุมบวกต่อโอกาสลดดอกเบี้ยระยะสั้นของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนกันยายนนี้ หลังจาก ในวันอังคารผ่านมา นายเจอโรม พาวเวลล์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ได้แถลงมุมมองภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาต่อสมาคมเศรษฐกิจ วอชิงตัน ดีซี กล่าวว่า ถ้าต้องรอให้อัตราเงินเฟ้อลดลงจนเข้าเป้าหมายที่ระดับ 2% พอดี อาจจะต้องรอคอยยาวนานเกินไป เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่อยู่ในระดับสูงนั้น หรือระดับความตึงตัวของนโยบายการเงินที่อยู่ในระดับปัจจุบัน ยังคงส่งผลกระทบให้บางทีกดดันอัตราเงินเฟ้อลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2%

นอกจากนี้ เริ่มคาดการณ์ว่า ผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2 ที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลประกาศในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไปนั้น จะออกมาดีในภาพรวม ด้านประธานธนาคารกลางสหรัฐแถลงมุมมองภาวะดอกเบี้ยระยะสั้นต่อรัฐสภาสหรัฐในคืนวันอังคารผ่านมา มองว่า การตรึงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวนานเกินไปจะทำให้เศรษฐกิจเป็นอันตรายต่อการเติบโต นักลงทุนรอการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคเดือนมิถุนายนในวันพฤหัสบดีนี้

ด้านตัวชี้วัดโอกาสปรับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟดที่เรียกว่า เฟดวอช์ท พบว่า โอกาสปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นลงในเดือนกันยายนอยู่ที่ 100% จากเดิมที่ 94% ขณะที่ โอกาสปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นลงในธันวาคมอยู่ที่ 72% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระดับ 50%

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3 แห่ง ทำสถิติทั้งในรายไตรมาส และรายเดือนที่ดีที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2019 โดยในรายไตรมาสนั้น ดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3 แห่ง ปิดเพิ่มขึ้น +7.4%, +10.2% และ +9.1% ตามลำดับ ส่งผลดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดไตรมาสที่ 1 ปีนี้ดีที่สุดในรอบ 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2019 และดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดไตรมาสที่ 1 ปีนี้ดีที่สุดในรอบ 3 ปี หรือตั้งแต่ปี 2021 สอดรับกับรายเดือน ปิดเพิ่มขึ้น +2.1%, +3.1% และ +1.8% ตามลำดับ

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles