ตลาดซื้อขายทองคำโลก นิวยอร์ก รายงานว่า วันที่ 16 ธันวาคม 2025 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา พบว่า ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot ปิดที่ 4,310.21 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +0.39 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +0.01% ทำสถิติราคาปิดสูงสุดตั้งแต่ 21 ตุลาคมผ่านมา หรือในรอบ 7 สัปดาห์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนี้ ส่งผลราคาปิดขึ้น 6 วันรวมกัน +120.72 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +3.01% ราคาปิดดังกล่าวยังเหลืออีกกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ จะเท่ากับราคาปิดสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติศาสตร์
ขณะที่ ราคาทองคำล่วงหน้า หรือ Gold Future นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 4,332.30 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +1.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +0.0.1% ส่งผลราคาปิดขึ้น 4 วันรวมกัน +111.70 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +2.71% นอกจากนี้ ราคาปิดดังกล่าวยังเหลืออีก 24.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ จะเท่ากับราคาปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์
สาเหตุจาก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงอ่อนค่ามากสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากเมื่อวานนี้ 10 ธันวาคม ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลง 0.25% ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
ตัวเลขการจ้างงานชาวอเมริกานอกภาคการเกษตรในพฤศจิกายนผ่านมา พบว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 64,000 คน ซึ่งสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 50,000 คน อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานในเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐอเมริกากลับเพิ่มขึ้น 0.2% จากระดับที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.4% ขึ้นเป็น 4.6% ทำสถิติภาวะการว่างงานที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา นักลงทุนรอติดตามตัวเลขยอดขายปลีก และตัวเลขภาวะเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐอเมริกา
นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยจำนวน 2 ครั้งๆ ละ 0.25% ในปี 2026 ด้านตัวชี้วัดโอกาสปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟด หรือ ซีเอ็มอี วอทช์ ในการประชุมเดือนมกราคม 2026 ปรากฎว่า มีโอกาสอยู่ที่ 31% จากเดิมที่ระดับ 27% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลงต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน ในขณะที่ มีโอกาสอยู่ที่ 73% ที่เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว อย่างไรก็ตาม โอกาสดังกล่าวมีมากถึง 83% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมเดือนมิถุนายนในปี 2026