นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงเหตุอุบัติเหตุเครนก่อสร้างพังถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี โดยเหตุเกิดบริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ว่า การรถไฟฯ ได้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไว้อย่างชัดเจน โดย ผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินช่วยเหลือแบ่งเป็นค่าทำศพรายละ 40,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าสินไหมทดแทนอีกรายละ 40,000 บาท พร้อมทั้งจะอำนวยความสะดวกในการนำส่งร่างกลับภูมิลำเนาตามความประสงค์ของญาติ ส่วน ผู้บาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา
นายอนันต์กล่าวว่า สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทันที โดยเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมงานอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน คนขับรถไฟปลอดภัยและได้เดินทางออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ควบคุมรถเครนยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวและสอบสวนเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบหาสาเหตุเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส และต้องปิดเส้นทางหลักในช่วงที่เกิดเหตุชั่วคราวและปรับเปลี่ยนแผนการเดินรถ โดยให้ขบวนรถใช้เส้นทางอ้อมผ่านทางหนองบัวแทน
สำหรับการกู้คืนพื้นที่ รฟท.ระบุว่ามีความซับซ้อนสูง เนื่องจากเครนก่อสร้างที่พังถล่มลงมามีน้ำหนักประมาณ 400 ตัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาเครนขนาดใหญ่ที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการเคลื่อนย้าย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร หลังจากกู้คืนพื้นที่แล้ว จะมีการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบทางรถไฟและสภาพรางอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนพิจารณาเปิดให้บริการเดินรถตามปกติ
พร้อกันนี้ จังหวัดนครราชสีมาได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ทำหน้าที่ประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำข้อกังวลสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนระหว่างการกู้คืน โดยทุกขั้นตอนจะต้องประเมินความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนเป็นอันดับแรก