ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 16 มกราคม 2025 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 59.44 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.25 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +0.42% ด้านราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 64.13 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +0.37 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +0.58%
สาเหตุจาก นักลงทุนในตลาดน้ำมันดิบโลกไร่ราคาปิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดน้ำมันดิบโลกจะหยุดซื้อขายในช่วงสัปดาห์หยุดยาวไปจนถึงวันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นวันหยุดแห่งชาติมาร์ตินลูเธอร์ คิง ในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ต้องติดตามประเมินสถานการณ์ ปัจจัยบวกและลบที่อาจเกิดขึ้นกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตน้ำมันดิบในช่วงวันหยุดยาว
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศว่าประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับประเทศอิหร่านสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีสูงขึ้นอีก 25% ในทุกประเภทธุรกิจกับประเทศดังกล่าวโดยมีผลทันทีตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 เป็นต้นไป ที่สำคัญ มีการประเมินว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะใช้ปฏิบัติการทางทหารเขาแทรกแซงในประเทศอิหร่าน
นักลงทุนในตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงให้น้ำหนักกับภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดในปี 2026 นี้ นอกจากนี้ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ ได้เปิดเผยว่า ความต้องการบริโภคน้ำมันดิบทั่วโลกในปี 2025 ผ่านไปเพิ่มขึ้นเพียงวันละ 900,000 บาร์เรลซึ่งลดต่ำกว่าสถิติในอดีตที่ผ่านมาที่เฉลี่ยบริโภคน้ำมันดิบราววันละ 1.2 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้จากกลุ่มสมาชิกโอเปกพลัสอยู่ที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และประเทศนอกกลุ่มสมาชิกโอเปกพลัสอยู่ที่ 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 ถึงทั้งปี 2025 ดังนั้น ส่งผลให้ภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลกในปี 2026 มีมากถึงวันละ 3 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ กบน. ขอความร่วมมือผู้ผลิตน้ำมันในประเทศลดราคาขายปลีก โดยผู้ค้าน้ำมันปรับลดราคาขายน้ำมันมีผลวันที่ 9 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นการปรับลดราคาขายน้ำมันครั้งแรกในรอบ 16 วันผ่านมา หรือนับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2025 และเป็นการปรับลดราคาขายครั้งแรกของปี 2569 โดยปรับลดราคากลุ่มแก๊สโซฮอลล์ และดีเซลลง -50 สตางค์/ลิตร นับเป็นการปรับลดราคาครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอลล์มีราคาถูกสุดในรอบ 4 ปี 1 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2564 และดีเซลมีราคาขายถูกสุดในรอบ 1 ปี 9 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2567 ผ่านมา