เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังชะลอ หลังเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณทยอยลดดอกเบี้ย

52
0
Share:

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาท วันนี้ เปิดที่ระดับ 36.62 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ  36.69 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.45-36.70 บาทต่อดอลลาร์ 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนสูง (แกว่งตัวในช่วง 36.40-36.72 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเร็วและแรง ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของราคาทองคำ หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม ได้ชะลอลงสู่ระดับ 3.3% น้อยกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามีความหวังว่า เฟดอาจทยอยลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้งในปีนี้ ก่อนที่เงินบาทจะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่อง หลังคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบาย หรือ Dot Plot ใหม่ ในผลการประชุมเฟดล่าสุด สะท้อนว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ (จาก 3 ครั้ง ใน Dot Plot การประชุมเดือนมีนาคม) ซึ่งภาพดังกล่าวก็หนุนให้เงินดอลลาร์รีบาวด์ขึ้นมาบ้าง ส่วนราคาทองคำก็พลิกกลับมาปรับตัวลดลง

สำหรับ แนวโน้มค่าเงินบาท ประเมินว่า โมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทตั้งแต่ช่วงทยอยรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ อาจชะลอลงบ้าง หลังเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมทยอยลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง (หรือมากกว่า) ตามที่เราได้ประเมินไว้ ทำให้ เงินดอลลาร์ก็อาจยังไม่ได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องได้ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม 

ขณะเดียวกัน เรามองว่า บรรดานักลงทุนต่างชาติก็อาจยังไม่รีบกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยชัดเจน จนกว่าความวุ่นวายการเมืองในประเทศจะคลี่คลายลงไปบ้าง ซึ่งต้องไปรอลุ้นการพิจารณาคดีต่างๆ ของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 18 มิถุนายน

ขณะเดียวกันมองว่า บรรดาเล่นในตลาด อาทิ ผู้นำเข้า และผู้เล่นต่างชาติ ก็อาจใช้จังหวะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 36.50 บาทต่อดอลลาร์ (แถวเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน) ในการทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์บ้าง ทำให้เงินบาทก็อาจยังติดโซนแนวรับในช่วงดังกล่าวไปก่อน อย่างไรก็ดี หากราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้บ้าง ก็อาจพอช่วยหนุนให้เงินบาทสามารถแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่การแข็งค่าก็จะเป็นไปอย่างจำกัด

ทั้งนี้ ตลาดการเงิน ในช่วงตลาดทยอยรับรู้ รายงานดัชนี PPI ของสหรัฐฯ และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) เพราะหากออกมาสูงกว่าคาด หรือ ดีกว่าคาด (ในส่วนของยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน) อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้บ้างและอาจทยอยกลับมาเชื่อว่า เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้เพียง 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้น กดดันเงินบาท รวมถึงราคาทองคำได้ไม่ยาก

และยังคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนไปตาม การเปลี่ยนแปลงไปมาของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินบาท อย่าง มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน