เชียงรายออกประกาศ 3 ฉบับรวด เพื่อสกัดโควิดจากพื้นที่ชายแดน

893
0
Share:

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ลงนามในประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ฉบับที่ 37 ให้ประชาชน เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ และกิจการต่างๆ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แนบท้ายคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 นั้น
.
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติตเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ชุมชนตรงข้ามอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยในรอบเดือนพฤศจิกายน มีจำนวน 8 ราย ดังนั้นเพื่อป้องกันควบคุมมิให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จึงได้ออกมาตรการดังนี้
.
1. โรงเรียน สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย โรงเรียนหรือสถาบันกวนวิชา เจ้าหน้าที่และนักเรียน สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา มีระบบการตรวจคัดกรองไข้ ควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมหรือห้องเรียนมิให้แออัด จัดให้มีการระบาดอากาศที่ดีภายในอาคาร และการลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” เป็นต้น
.
2. สนามกีฬาทุกชนิด ทุกประเภทกีฬา การออกกำลังกายเเบบกลุ่มในสวยสาธารณะเเละลานกิจกรรม พื้นที่กินกรรมสาธารณะ หรือลานกีฬากลางเเจ้ง ต้องทำความสะอาดพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ฝึกสอนหรือคู่ซ้อม เป็นต้น เเละการลงทะเบียนผ่านระบบเเอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” เป็นต้น
.
3. พาหนะเพื่อนการขนส่งสาธารณะทั้งทางบกเเละทางน้ำทุกประเภท ต้องทำความสะอาดพื้นที่ผิวที่มีการสัมผัสบ่อยๆ เช่นราวจับ บัตรโดยสาร ภายในพาหนะทั้งก่อนเเละหลังให้บริการรวมทั้งห้องน้ำสุขาเเละให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการ ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้าผ้าตลอดเวลา ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือเเอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ บริเวณสถานีขนส่งโดยสารเเละท่าเรือ ชานชาลา เเละท่าเรือ เเละการลงทะเบียนผ่านระบบเเอพพลิเคชัน “ไทยชนะ”
.
4. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านค้าปลีก/ค้าส่งขนาดย่อมหรือชุมชนนร หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน ตลาด ตลาดสด ตลาดถนนคนเดิน ตลาดนัด ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาเก็ต ต้องทำความสะอาดพื้นที่ผิวที่มีการสัมผัสบ่อย ทั้งก่อนเเละหลังให้บริการ รวมทั้งห้องน้ำสุขาเเละให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ให้ผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้าผ้าตลอดเวลา ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัดเเละรวมกลุ่มกัน ลดเวลาในการทำกิจกรรมเท่าที่จำเป็น มีระบบตรวจคัดกรองไข้ ควบคุมมิให้กิจกรรมที่ใช้เสียงดังภายในสถานที่รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขาย จัดให้มีระบบคิวเเละมีพื้นที่รอคิวที่มีการนั่งหรือยืนอย่างน้อย 1 เมตร เเละการลงทะเบียนผ่านระบบเเอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” เป็นต้น
.
5. สถานบริการ สถานประกอบที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สวนอาหาร ภัตตาคาร โรงเเรม ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มทั่วไป สวนน้ำ สวนสนุก สนามเด็กเล่น รวมถึงสถานประกอบการอื่นทั้งหมด ต้องทำความสะอาดพื้นที่ผิวที่มีการสัมผัสบ่อย ทั้งก่อนเเละหลังให้บริการ รวมทั้งห้องน้ำสุขาเเละให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ให้ผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้าผ้าตลอดเวลา ให้มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือเเอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ ควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการมิให้แออัด มีระบบตรวจคัดกรองไข้ จัดให้มีระบบคิวเเละมีพื้นที่รอคิวที่มีการนั่งหรือยืนอย่างน้อย 1 เมตร เเละการลงทะเบียนผ่านระบบเเอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” เป็นต้น
.
6. การจัดประชุม การอบรม สัมมนา การจัดนิทรรศการ การจัดเเสดงสินค้า การจัดเลี้ยง งานพิธี การเเสดงนาฎศิลป์ ดนตรี คอนเสิร์ต หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในโรงแรม โรงมโหรสพ ห้องประชุม ศูนย์ประชุม ศูนย์เเสดงสินค้า โรงภาพยนตร์ หรือสถานที่อื่นๆ รวมถึงการปฏิบัติศาสนกิจเเละศาสนพิธีของทุกศาสนา ต้องทำความสะอาดพื้นที่ผิวที่มีการสัมผัสบ่อย ทั้งก่อนเเละหลังให้บริการ รวมทั้งห้องน้ำสุขาเเละให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน ให้ผู้ประกอบการ พนักงานบริการเเละผู้ใช้บริการ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้าผ้าตลอดเวลา มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือเเอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ มีระบบการตรวจคัดกรองไข้เเละติดสัญลักษณ์การคัดกรองผ่าน ควบคุมจำนวนคนมิให้แออัด จัดให้มีพื้นที่รอเข้างานเเละพื้นที่รอคิวหรือยืนอย่างน้อย 1 เมตร โดยทำสัญลักษณ์ให้ชัดเจนเเละให้มีการจัดระเบียบก่อนเข้าเเละออกงาน เเละการลงทะเบียนผ่านระบบเเอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” เป็นต้น
.
7. ให้ทุกส่วนราชการ องค์การปกครองท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เเละเอกชนทุกแห่ง เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เเก่มีมาตราการตรวจคัดกรองไข้ก่อนเข้าสถานที่ทำงาน ให้เจ้าหน้าที่เเละผู้มารับบริการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่หรือเเอลกอฮอล์เจลหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เพียงพอ การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทำความสะอาดพื้นที่ผิว อุปกรณ์ที่มีการสัมผัสบ่อยๆในสถานที่ทำงาน รวมทั้งห้องน้ำสุขาเเละให้กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน เเละการลงทะเบียนผ่านระบบเเอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” เป็นต้น
.
ประกาศฉบับที่ 38 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นและมีรายงานพบผู้ติดเชื้อข้ามมาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ดังนั้น เพื่อป้องกันควบคุมมิให้เกิดการเเพร่ระบาดของโรคในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ประชาชน เจ้าของสถานที่ ผู้ประกอบการ และกิจการต่างๆ ทุกชนิด ทุกประเภท สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเเละภาคเอกชนทุกแห่ง ในจังหวัดเชียงราย ปฎิบัติตามาตราการอย่างเคร่งครัดดังนี้
.
1. สวมหน้ากากอนามัยเเละหน้ากากผ้าตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน หรือทำกิจกรรมนอกบ้าน
2. หมั่นล้างมือบ่อยๆ หรือใช้เจลเเอลกอฮอลล์ 70% ขึ้นไป ในการทำความสะอาดมือ
3. เว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
4. ไม่ให้เกิดความแออัดในการให้บริการ ใช้บริการ เเละจัดกิจกรรมต่างๆ
5. หมั่นทำความสะอาด เช็ดถูพื้นผิว วัสดุอุปกรณ์ ในการทำงาน ประกอบการ การให้บริการ หรือจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
6. ลงทะเบียน ก่อนเเละหลังการใช้บริการ เเละการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยเเอพพลิเคชัน “ไทยชนะ” หรือเเอพพลิเคชันอื่นที่รัฐกำหนด หรือ สมุดลงทะเบียน
.
โดยประกาศฉบับที่ 37 และ 38 ย้ำว่าให้ปฏิบัติตามมาตราการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดเเละพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจสอบการดำเนินการหากพบการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อการเเพร่ของโรค พนักงานเจ้าหน้าที่อาจให้คำเเนะนำ ตักเตือน ห้ามปราบ เเละมีอำนาจกำหนดช่วงเวลา เพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงเเก้ไข รวมทั้งเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งปิดสถานที่นั้นไว้เป็นการชั่วคราวเเละอาจดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนด้วยก็ได้
.
ประกาศฉบับที่ 39 เรื่องให้บุคคลสัญชาติไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางจากประเทศเมียนมา เข้ามาประเทศไทย ให้กลับเข้าประเทศไทยตามช่องทางผ่านแดนตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง และเข้ามาตรการทางสาธารณสุข อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกาศ ณวันที่ 30 พ.ย. 2563