บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ดัชนีหุ้นดิ่งลงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย ทำให้ดัชนีหุ้นไทย ลดลงต่ำกว่า 1,200 จุด โดยนายชัยยศ จิวางกูร ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี ระบุว่าตลาดหุ้นไทย มีแรงกดดันสูงทั้งจากมาตรการสงครามการค้าของ “ทรัมป์” ที่เร่งขึ้นภาษีเม็กซิโก และแคนาดา จากเดิมในเดือน เม.ย. เปลี่ยนเป็นเดือน มี.ค.นี้ ขณะที่จีนเตรียมขึ้นภาษีตอบโต้เต็มที่ ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยลงมามีแนวรับอยู่ที่ 1,200 –1,205 จุด ในขณะที่ MSCI Rebalance ส่งผลให้มีเม็ดเงินออกจากตลาดหุ้นไทยประมาณ 3,000 ล้านบาท เข้ามากดดันเพิ่ม ทำให้ในวันนี้ตลาดฯอ่อนตัวค่อนข้างแรง
นักลงทุนควรเน้นในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับตลาดภายในประเทศ เช่น บางกอกแอร์เวย์ ที่ประกาศผลประกอบการออกมาทำได้ค่อนข้างดีมีกำไรประมาณ 400 ล้านบาท สามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้ โมเมนตั้มในไตรมาส 1/68 ยังดี เพราะนักท่องเที่ยวยังเข้ามาดี แนะนำซื้อราคาพื้นฐานอยู่ที่ 28.75 บาท และตัว บีซีเอช เป็นโรงพยาบาล ภาพรวมปีนี้คาดว่ามีกำไรเติบโตได้ 23%
ขณะที่ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1. CPALL ปิดที่ 53.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,065.49 ลบ.
2. ADVANC ปิดที่ 275.00 บาท ลดลง -6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,671.50 ลบ.
3. KTB ปิดที่ 22.30 บาท ลดลง -0.60 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,317.94 ลบ.
4. BDMS ปิดที่ 24.30 บาท ลดลง -0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,218.71 ลบ.
5. GULF ปิดที่ 48.75 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 1,150.14 ลบ.
ส่วนดัชนี SET100 ปิดที่ 1,646.77 จุด ลดลง -32.17 จุด หรือ -1.92%
ดัชนี SET50 ปิดที่ 760.56 จุด ลดลง -14.86 จุด หรือ -1.92%
ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 261.29 จุด ลดลง -0.35 จุด หรือ -0.13%