แบงก์ชาติ มองคดีนายกฯ  ไม่กระทบมุมมองเศรษฐกิจ ตราบใดที่มาตรการยังเดินต่อ จะกระทบไม่เยอะ แต่อาจมีผลกระทบต่อบ้างต่อความเชื่อมั่น  

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่จะออกมาในวันนี้ว่า ธปท.มองว่าประเด็นสำคัญที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่า คือเรื่องของนโยบายที่วางไว้ หรือมาตรการที่กำลังดำเนินอยู่ จะมีความต่อเนื่องมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ มองว่างบประมาณรายจ่าย ปี 2569 ได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ จะเป็นเรื่องของการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้

ดังนั้นตราบใดที่กิจกรรม มาตรการ และนโยบายต่าง ๆ ยังเดินต่อไปได้ ก็คิดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะไม่ได้เยอะ แต่อาจมีผลกระทบต่อบ้างต่อความเชื่อมั่น…เรามองว่าเศรษฐกิจยังโตได้ต่อเนื่องตามคาด ถ้าเกิดจะมีอะไรขึ้นมา คงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่ไม่ได้กระทบ base line ที่วางไว้

อีกทั้งยังมองว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากวันนี้ หากให้มองในแง่บวก คือ จะเห็นภาพความชัดเจนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาสถานการณ์การเมืองที่ไม่ชัดเจน อาจะทำให้คนชะลอตัดสินใจการลงทุนไว้ก่อน

“แต่หลังจากวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งเปราะที่จะชัดเจนขึ้น ถึงแม้อาจจะยังมีหลาย scenario ในระยะต่อไป แต่อย่างน้อย ทำให้การตัดสินใจหลังจากนี้ จะชัดเจนขึ้นได้บ้าง…ภาพเศรษฐกิจ ไม่ได้ขึ้นกับว่าเป็นใคร (นายกฯ) สิ่งที่สำคัญกว่า คือการต่อเนื่องในการขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจมากกว่า” น.ส.ชญาวดี กล่าว

อย่างไรก็ดี ปัจจัยระยะสั้นที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยได้มากกว่า คือเรื่องมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ (Reciprocal tariffs) ที่ขณะนี้สินค้าบางรายการยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องของอัตราภาษี ขณะที่ความเสี่ยงระยะยาว คือ ปัญหาเชิงโครงสร้าง

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles