นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แสดงทัศนะบนเวที CEO VISION หมุดหมายใหม่เครื่องจักรเศรษฐกิจไทย งานสัมมนาฟอรั่มทิศทางโลกทิศทางไทย จัดโดยครอบครัวข่าว 3 ว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมการบินของไทยยังพ่ายแพ้ต่อสิงคโปร์และดูไบ ไม่ใช่เรื่องศักยภาพทางภูมิศาสตร์หรือการบริการ แต่คือการบริหารจัดการที่ไร้เอกภาพ โดยระบุว่าหน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ยังยึดถือผลประโยชน์ขององค์กรตนเองเป็นหลัก มากกว่าจะมองภาพรวมของประเทศ
หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ คือการเปิดเผยข้อมูลว่า การบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ กลับถูกเลือกปฏิบัติไม่ต่างจากสายการบินต่างชาติในบ้านตนเอง โดยเฉพาะการถูกจัดสรรให้ใช้ Bus Gate หรือหลุมจอดไกลมากที่สุดในสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเท่ากับรายอื่น ส่งผลต่อความสะดวกของผู้โดยสารและการทำตารางบินที่ต่อเนื่อง ซึ่งขัดแย้งกับหลักการ Home Base Carrier ในระดับสากล
สำหรับแผนฟื้นฟูเพื่อท้าชนคู่แข่ง การบินไทยเดินหน้ายุทธศาสตร์ “สะพานเชื่อมเอเชีย” โดยใช้ความได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง จีน และ อินเดีย ซึ่งปัจจุบันขาดการติดต่อกันโดยตรง โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผู้โดยสารต่อเครื่อง หรือ Connecting Passenger จากเดิมเพียงร้อยละ 6 ขึ้นเป็นร้อยละ 22 ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันการบินไทยเตรียมเสริมทัพฝูงบินโดยจะรับมอบเครื่องบินใหม่ในปีนี้รวม 27 ลำ แบ่งเป็น Airbus A321 จำนวน 17 ลำ และ Boeing 787 อีก 10 ลำ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากร้อยละ 26 กลับสู่ระดับร้อยละ 35-40 ให้ได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยวางเป้าหมายยอดผู้โดยสารแตะ 20 ล้านคนภายในปี 2030
ซีอีโอการบินไทย กล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลต้องการให้เป้าหมาย Aviation Hub เกิดขึ้นจริง ต้องปรับ Mindset ของทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกันอย่างยุติธรรม โดยขอเพียง “Fair Treatment” หรือการปฏิบัติที่สมเหตุสมผลในฐานะสายการบินหลัก เพื่อให้ปีกของสายการบินแห่งชาติแข็งแรงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต