นายคู ยุนซอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าได้เร่งรีบพูดคุยกับนายลิม ลี-แจ ประธานคณะกรรมการการคลัง และบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อพิจารณาการผ่านกฏหมายข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกาที่มีมูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐกว่า 11 ล้านล้านบาท ที่ได้นำเสนอเข้าสู่กระบวนการทางนิติบัญญัตินับตั้งแต่ธันวาคม 2025
หลังจากที่ในช่วงเช้าวันนี้ที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ โพสท์ข้อความสั่งขึ้นอัตราภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ตามที่บรรลุข้อตกลงที่ระดับ 15% กลับไปเป็น 25% ตามอัตราเดิม เนื่องจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เหตุผลว่า ทำไมสภานิติบัญญัติของประเทศเกาหลีใต้ยังไม่พิจารณาผ่านกฎหมายการค้าที่ได้รับการเห็นชอบจากการเจรจาของผู้นำสูงสุดทั้งสองประเทศนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025 เป็นต้นมา
ขณะที่ราคาหุ้นในกลุ่มยานยนต์ กลุ่มเวชภัณฑ์ กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ ถูกกระหน่ำเทขายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาหุ้นของบริษัทหรือค่ายรถยนต์ฮุนได มีราคาร่วงลงอย่างต่อเนื่องถึงมากกว่า 2% สาเหตุจากความเสี่ยงไม่แน่นอนสูงหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสั่งปรับขึ้นอัตราภาษีต่างตอบแทนกับรถยนต์แบรนด์เกาหลีใต้
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2026 ตามเวลาในกรุงวอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความว่าข้อตกลงการค้าของสหรัฐอเมริกามีความสําคัญต่ออเมริกามาก ในแต่ละข้อตกลงเหล่านี้ สหรัฐอเมริกาได้ดําเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดอัตราภาษีของสหรัฐอเมริกาให้สอดคล้องกับธุรกรรมที่ตกลงกันไว้ แต่สภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกาตามที่ประธานาธิบดีลี กับผมบรรลุข้อตกลงในวันที่ 30 กรกฎาคม 2025 ที่ผ่านมา เรายืนยันข้อกําหนดเหล่านี้อีกครั้งในขณะที่ผมอยู่ที่เกาหลีใต้ในวันที่ 29 ตุลาคม 2025 ทําไมสภานิติบัญญัติเกาหลีใต้ถึงไม่อนุมัติ
เนื่องจากสภานิติบัญญัติเกาหลีใต้ไม่ได้พิจารณากฎหมายข้อตกลงการค้าในอดีตของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษของพวกเขา ผมจึงเพิ่มภาษีศุลกากร หรือภาษีต่างตอบแทนของเกาหลีใต้สําหรับรถยนต์ ไม้แปรรูป ยา และภาษีซึ่งกันและกันอื่นๆ ทั้งหมด จาก 15% เป็น 25%
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2025 ผ่านมา ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นายอี แจ-มยอง โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการตกลงก็เจรจาภาษีและการค้ากับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ว่า รัฐบาลเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการขจัดข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในการส่งออก และสร้างเงื่อนไขสำหรับภาคเอกชนเกาหลีใต้
เกาหลีใต้ตกลงที่จะจัดเงินลงทุนมูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 11.38 ล้านล้านบาท เงินลงทุนเป็น 2 ชุด ชุดแรกราว 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6.5 ล้านล้านบาท จะใช้กับตลาดเซมิคอนดักเตอร์ พลังงานนิวเคลียร์ แบตเตอรี่ไฟฟ้า ชีววิทยา และพลังงาน ทำให้เกาหลีใต้เข้าไปสู่ในตลาดของสหรัฐอเมริกา เงินลงทุนชุดที่ 2 มีมูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4.88 ล้านล้านบาท ใช้ในการสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการต่อเรือของเกาหลีใต้เข้าไปในอุตสาหกรรมการต่อเรือของสหรัฐสหรัฐ