นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในตลาดทุน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนทางการเมือง อีกทั้งยังมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สามารถควบคุมและดูแลการทำงานของหลักทรัพย์ในตลาดได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการแก้ไขนี้ยังมุ่งหวังที่จะจัดการกับปัญหาการทุจริตและการดำเนินการที่ผิดกฎหมายในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงการเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่กระทำผิด โดยขั้นตอนต่อไปจะต้องส่งกฤษฎีกา เพื่อจะดู คาดว่าใช้เวลาพิจารณา 2-3 สัปดาห์ ก่อนที่เราจะออกกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สำหรับสาระสำคัญของเรื่องเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มีประเด็นดังนี้
1. การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและการกำกับดูแลการขายหลักทรัพย์โดยที่ยังไม่มีหลักทรัพย์อยู่ในครอบครอง (การขายชอร์ต)
2. การยกระดับการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน เพิ่มความเข้มแข็งของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน
3. การกำหนดสิทธิของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้ครอบคลุมถึงการดำเนินการแทนผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการและล้มละลาย
4. การรายงานข้อมูลการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
5. การเพิ่มมาตรการทางกฎหมายเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการกระทำความผิดและยับยั้งความเสียหายและการมอบหมายบุคคลอื่นจัดการทรัพย์สินที่ยึดอายัด
6. การสอบสวนคดีที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนหรืออาจมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
7. มาตรการการลงโทษกรณีมีการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้ ซึ่งมาตรการทางกฎหมายดังกล่าวข้างต้นจะเป็นเครื่องมือในการยับยั้งความเสียหายและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในการกระทำความผิดที่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจสามารถบรรลุผลได้อย่างแท้จริง อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมันให้นักลงทุนในตลาดทุนและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดทุนให้กลับ