นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศไทย ลงนามในสัญญาเข้าซื้อโรงงานประกอบรถยนต์เดิมของซูซูกิในจังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (FTM) เพื่อยกระดับฐานการผลิตและสนับสนุนกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาวของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
พื้นที่โครงการแห่งใหม่นี้ครอบคลุมอาณาบริเวณกว่า 412.5 ไร่ (66 เฮกตาร์) พร้อมพื้นที่อาคารรวม 65,000 ตารางเมตร โดยโรงงานเดิมก่อสร้างขึ้นในปี 2555 จุดเด่นสำคัญ คือทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับโรงงานเอฟทีเอ็ม (FTM) และอยู่ในเขตปลอดอากร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความคล่องตัวในการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ การขยายฐานการผลิตครั้งนี้จะเสริมความยืดหยุ่นให้ฟอร์ดพร้อมรองรับความต้องการรถยนต์ในหลากหลายกลุ่มประเภท (segment) ทั่วภูมิภาค และยกระดับศักยภาพการผลิตของไทยในระยะยาว
การลงทุนในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทย ภายในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของฟอร์ด”
ปัจจุบัน โรงงาน FTM และออโต้ อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (AAT) คือหัวใจสำคัญของเครือข่ายการผลิตในระดับภูมิภาคของฟอร์ด โดยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และรถยนต์อเนกประสงค์ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไปทั้งในประเทศไทยและตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ฟอร์ดได้ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยด้วยยอดเงินลงทุนสะสมมากกว่า 1.33 แสนล้านบาท (3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ)
นายอังเดร คาวาลาโร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มตลาดนานาชาติ (International Market Group) กล่าว “เรามีความภาคภูมิใจในศักยภาพของทีมงานและมาตรฐานรถยนต์ระดับโลกที่ผลิตขึ้นจากฐานการผลิตแห่งนี้ ซึ่งการเข้าซื้อโรงงานจะช่วยเสริมขีดความสามารถและสร้างความยืดหยุ่นในการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและระดับภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า การเข้าซื้อโรงงานที่มีศักยภาพ และเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งนี้ คือหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของฟอร์ดที่มีต่อประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์ของเราในการเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ฟอร์ดเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะบุคลากรด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อสอดรับกับเป้าหมายระดับชาติในการส่งเสริมการผลิตในประเทศ ตอกย้ำฐานะของประเทศไทยในฐานะฐานการส่งออกที่สำคัญ และพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยอย่างยั่งยืน
เมื่อการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ฟอร์ดจะทำการประเมินแผนการบูรณาการพื้นที่แห่งนี้ให้เข้ากับโครงสร้างการดำเนินงานเดิมอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งวิเคราะห์ศักยภาพเพื่อรองรับแผนการผลิตในอนาคต