‘จุลพันธุ์’ เผยรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกฝ่าย ดันร่าง ‘พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร’ เข้าสภาฯ มั่นใจไม่มีทุนสีเทาเข้ามา ควบคุมตรวจสอบการลงทุนเข้มงวด

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ… โดยผ่านการศึกษาของคณะทำงานของสภาผู้แทนราษฎรมา 2 ปี และได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้รัดกุมมากขึ้น

สำหรับการเสนอสภาผู้แทนราษฎรวาระที่ 1 เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อให้กฎหมายสมบูรณ์ที่สุด

ขั้นตอนกฎหมายการที่จะตัดสินใจว่าไทยจะลงทุนเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือไม่ นอกจากพิจารณาในรัฐสภา 3 วาระ ยังต้องรอดูผลการศึกษาของคณะกรรมการที่เป็นงานแรกของคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร โดยจะประเมินความคุ้มค่าการลงทุนที่แท้จริง

ทั้งนี้ ต้องดูว่าผลในการศึกษานั้นคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งต้องดูผลการประเมินหากไม่คุ้มค่าคงไม่ลงทุน แต่หากคุ้มค่ามั่นใจว่ากลุ่มทุนระดับโลกจะเข้ามาลงทุนในไทย และรัฐบาลพร้อมสนับสนุน

ช่วง 30 ปี ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตลดลงเหลือเฉลี่ย 2% ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าการเติบโตของเศรษฐกิจระดับนี้ไม่เพียงพอ เพราะทุกคนจะลำบากและรัฐบาลต้องหาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ซึ่งได้ผลักดันนโยบายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพื่อเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่จะมีผลขับเคลื่อนเศรษฐกิจเหมือนต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ดูไบ สหรัฐและญี่ปุ่น

ทั้งนี้ แนวทางของนโยบายตรงกับที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาถึงการสร้างสถานที่ประเภท Man made destination โดยรูปแบบที่วางไว้ไม่ได้เป็นโมเดลเหมือนบางประเทศในอาเซียนที่มีแค่ตึกที่เป็นกาสิโนซึ่งไม่ประสบผลสำเร็จ

ส่วนไทยได้ยกร่างกฎหมายให้สร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนในพื้นที่ไม่เกิน 10% ของพื้นที่รวม โดยพื้นที่ที่เหลือต้องสร้างกิจการอื่นอย่างน้อย 4 ประเภท ซึ่งหวังเงินลงทุนระดับ 1 แสนล้านบาทต่อแห่ง โดยเลือกกิจการจากบัญชีแนบท้ายมาลงทุน เช่น การสร้างสวนสนุกระดับโลก สนามกีฬาขนาดใหญ่ คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงแรมขนาดใหญ่ ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์

รวมทั้งจะตอบโจทย์สร้างเศรษฐกิจ จ้างงานและพัฒนาพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวทั้งครอบครัว ซึ่งเมื่อพัฒนาพื้นที่ลักษณะนี้จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากท่องเที่ยวมากขึ้น เหมือนสิงคโปร์ประสบผลสำเร็จเพิ่มรายได้ท่องเที่ยว 5-25% จากเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ส่วนไทยหวังการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวเพิ่มจาก 40,000 บาท เป็น 60,000 บาทต่อคนต่อทริป และนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น 5-10%

สำหรับการกำกับดูแลตามร่าง พ.ร.บ.กำหนดให้มีคณะกรรมการ 2 ระดับ ได้แก่
-คณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย โดยคณะกรรมการนโยบายมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานที่รับผิดชอบสูงสุดต้องทำให้รอบคอบโปร่งใส โดยไม่มีคอร์รัปชั่น โดยการลงทุนจะไม่มีทุนสีเทาเพราะจะตรวจสอบเข้มงวด และเกณฑ์ลงทุนแห่งละ 1 แสนล้านบาท ต้องดูกลุ่มลงทุนที่ตรวจสอบได้
-คณะกรรมการบริหารโดยมีผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสถานบันเทิงครบวงจรที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธาน โดยคณะกรรมการบริหารจะมีอำนาจหน้าที่การอำนวยความสะดวกในการรวบรวมใบอนุญาต (ไลน์เซน) ที่เกี่ยวข้องกับในเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles