ฉุดไม่อยู่ ราคาทองคำแตะ 5,035.25 ดอลล์ พุ่ง 58.76$ (+1.00%) ทำนิวไฮ ทองคำโลกทะลุ 5,000 ดอลล์ครั้งแรกและประวัติศาสตร์ในเอเชีย ต้นปีนี้มาทองคำโลกพุ่ง +12%

ฉุดไม่อยู่ ราคา ทองคำ แตะ 5,035.25 ดอลล์ พุ่ง 58.76$ (+1.00%) ทำนิวไฮ ทองคำโลกทะลุ 5,000 ดอลล์ครั้งแรกและประวัติศาสตร์ในเอเชีย ต้นปีนี้มาทองคำโลกพุ่ง +12%

ตลาดซื้อขายทองคำในเอเชีย สิงคโปร์ เมื่อเวลา 8.45น. หรือตรงกับเวลา 7.45น. เวลาไทย ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot เคลื่อนไหวที่ระดับ 5,035.25 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +58.76 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +1.00% ทำสถิติเป็นครั้งแรก และวันแรกที่ราคาทองคำโลกแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ของโลกและเอเชีย ที่สำคัญนับตั้งแต่ต้นปี 2026 มาถึงวันนี้ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งทะยานมากกว่า 12% ในขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านไปราคาทองคำตลาดโลกพุ่งทะยานมากกว่า 8% ทำสถิติเป็นราคาทองคำรายสัปดาห์ที่ดีที่สุดในรอบเกือบหกปีหรือนับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา

สาเหตุจากนักลงทุนให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านความขัดแย้งการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกากับกลุ่มสหภาพยุโรป และประเทศแคนาดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่า หากนายกรัฐมนตรีประเทศแคนาดาทำข้อตกลงด้านการค้ากับจีน รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะประกาศขึ้นอัตราภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs เป็น 100% มีผลทันที

ในขณะที่นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่นกล่าวว่าญี่ปุ่นพร้อมที่จะเข้าแทรกแซงตลาดเงิน และตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น หลังจากในปลายสัปดาห์ที่ผ่านไปเกิดภาวะตกต่ำอย่างรุนแรงของตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น ส่งผลให้ผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่นประกาศวันเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 นี้

นักลงทุนประเมินว่ามีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากนโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่ส่งผลต่อการก่อหนี้ของรัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากมายท่ามกลางภาวะหนี้สาธารณะของประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับสูงมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2026 ตลาดซื้อขายทองคำโลก นิวยอร์ก รายงานว่า ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot ปิดที่ 4,976.49 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +58.84 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +1.2% ทำสถิติราคาทองคำปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ ส่งผลราคาทองคำปิดขึ้น 5 วันรวมกัน +384.10 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +8.11%

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles