ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 13 มกราคม 2025 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 61.15 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +1.65 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +2.8% ทำให้เป็นราคาน้ำมันดิบปิดสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์หรือนับตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2025 และส่งผลราคาปิดขึ้น 4 วันรวมกัน +5.17 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +8.95%
ด้านราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 65.47 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล +1.60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +2.5% ทำให้เป็นราคาน้ำมันดิบปิดสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์หรือนับตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 นอกจากนี้ ส่งผลราคาปิดขึ้น 4 วันรวมกัน +5.51 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ +8.88%
ในสัปดาห์ผ่านไป ราคาน้ำมันดิบทั้ง 2 ตลาดสำคัญปิด +3% และ +4% ตามลำดับ
สาเหตุจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่ส่งผลให้เกิดวิกฤตการประท้วงชุมนุมที่รุนแรงและแพร่กระจายเป็นวงกว้างในเมืองสำคัญของประเทศอิหร่านซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมากถึง 2,000 ราย ทำให้นักลงทุนประเมินว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่จะกระทบต่อปริมาณน้ำมันดิบส่งออกจากประเทศอิหร่าน
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศว่าประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับประเทศอิหร่านสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีสูงขึ้นอีก 25% ในทุกประเภทธุรกิจกับประเทศดังกล่าวโดยมีผลทันทีตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 เป็นต้นไป ที่สำคัญ มีการประเมินว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะใช้ปฏิบัติการทางทหารเขาแทรกแซงในประเทศอิหร่าน
ทั้งนี้ กบน. ขอความร่วมมือผู้ผลิตน้ำมันในประเทศลดราคาขายปลีก โดยผู้ค้าน้ำมันปรับลดราคาขายน้ำมันมีผลวันที่ 9 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นการปรับลดราคาขายน้ำมันครั้งแรกในรอบ 16 วันผ่านมา หรือนับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2025 และเป็นการปรับลดราคาขายครั้งแรกของปี 2569 โดยปรับลดราคากลุ่มแก๊สโซฮอลล์ และดีเซลลง -50 สตางค์/ลิตร นับเป็นการปรับลดราคาครั้งที่ 3 ติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอลล์มีราคาถูกสุดในรอบ 4 ปี 1 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2564 และดีเซลมีราคาขายถูกสุดในรอบ 1 ปี 9 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2567 ผ่านมา