ตลาดซื้อขายน้ำมันดิบ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า วันที่ 7 มกราคม 2025 ราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 55.99 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -1.14 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -2% ส่งผลราคาปิดลดลงสองวันรวมกัน -2.33 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -4%
ด้านราคาน้ำมันดิบเบร็นท์ อังกฤษ ทะเลเหนือ ปิดที่ 59.96 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล -0.74 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -1.2% ส่งผลราคาปิดลดลงสองวันรวมกัน -1.80 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หรือ -3.9%
สาเหตุจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความว่ารัฐบาลเวเนซุเอลาจะส่งมอบน้ํามันคุณภาพสูง ซึ่งถูกคว่ําบาตรโดยสหรัฐอเมริกา มีปริมาณระหว่าง 30 ถึง 50 ล้านบาร์เรลไปยังสหรัฐอเมริกา ขณะที่ รัฐบาลประเทศเวเนซุเอลาและรัฐบาลสหรัฐอเมริการ่วมเปิดเผยว่าประเทศเวเนซุเอลาบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐอเมริกาในการขนส่งน้ํามันดิบของเวเนซุเอลาที่มีมูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 63,000 ล้านบาทไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา
นักลงทุนในตลาดน้ำมันดิบโลกยังคงให้น้ำหนักกับภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดในปี 2026 นี้ นอกจากนี้ธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ ได้เปิดเผยว่า ความต้องการบริโภคน้ำมันดิบทั่วโลกในปี 2025 ผ่านไปเพิ่มขึ้นเพียงวันละ 900,000 บาร์เรลซึ่งลดต่ำกว่าสถิติในอดีตที่ผ่านมาที่เฉลี่ยบริโภคน้ำมันดิบราววันละ 1.2 ล้านบาร์เรล ในขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้จากกลุ่มสมาชิกโอเปกพลัสอยู่ที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และประเทศนอกกลุ่มสมาชิกโอเปกพลัสอยู่ที่ 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 ถึงทั้งปี 2025 ดังนั้น ส่งผลให้ภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลกในปี 2026 มีมากถึงวันละ 3 ล้านบาร์เรล
ทั้งนี้ กบน. มีมติให้ผู้ค้าน้ำมันทุกรายในประเทศไทยปรับราคาขายน้ำมันมีผลวันที่ 24 ธันวาคม 2025 ราคากลุ่มแก๊สโซฮอลล์ และดีเซลลง -50 สตางค์/ลิตร นับเป็นการประกาศปรับลดราคาของกบน.เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือนผ่านมา และนับเป็นการปรับลดราคาครั้งที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอลล์มีราคาถูกสุดในรอบ 3 ปี 11 เดือน หรือตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2565 และดีเซลมีราคาขายถูกสุดในรอบ 1 ปี 8 เดือนผ่านมา