ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน2025 (ตามเวลาในสหรัฐ) ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 47,112 จุด +664 จุด หรือ +1.43% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 6,765 จุด +60 จุด หรือ +0.91% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่ 23,025 จุด +153 จุด หรือ +0.67% ส่งผลดัชนีหุ้นดาวโจนส์ และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดเหนือระดับ 47,000 จุด และเหนือระดับ 23,000 จุดครั้งใหม่เป็นผลสำเร็จ
สาเหตุจาก ราคาหุ้นของบริษัทอัลฟาเบธ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิ้ล มีราคาพุ่งขึ้นสูงสุดอย่างมากมาย และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือนพฤศจิกายนนี้ ราคาหุ้นของบริษัทอัลฟาเบธ ทำสถิตินิวไฮถึง 13 ครั้ง ที่สำคัญทำราคาปิดนิวหายถึง 3 วันติดต่อกันในช่วงที่ผ่านมา หลังจากบริษัทเมตตาแพลตฟอร์มซึ่งเป็นเจ้าของสื่อโซเชียลมีเดียที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเปิดเผยว่าจะพิจารณาใช้ไมโครชิพของกูเกิ้ล ในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทเอ็นวีเดียถูกถล่มเทขายอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด กล่าวว่า ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีอยู่ในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการจ้างงานที่อ่อนแอมากพอที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยระยะสั้นได้อีก 0.25% สอดคล้องกับในวันศุกร์ผ่านไป ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดสาขานิวยอร์ก นายจอห์น วิลเลียม กล่าวว่า เฟดยังคงสามารถปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นลงได้ในช่วงระยะสั้น ซึ่งจะไม่ส่งผลเป็นอันตรายต่อภาวะเงินเฟ้อ นักลงทุนลดความกังวลเกี่ยวกับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอที่อาจเกิดภาวะฟองสบู่แตก
ด้านตัวชี้วัดโอกาสปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟด หรือ ซีเอ็มอี วอทช์ ในการประชุมเดือนธันวาคม 2025 ปรากฎว่า มีโอกาสอยู่ที่ 80% จากเดิมที่ระดับ 70% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลงต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน