ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 (ตามเวลาในสหรัฐ) ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 48,488 จุด -870 จุด หรือ -1.76% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 6,796 จุด -143 จุด หรือ -2.06% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่ 22,954 จุด -561 จุด หรือ -2.39%
ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดดำดิ่งใ 1 วันที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 10 เดือนตุลาคม 2025 หรือในรอบ 3 เดือนครึ่งผ่านมา และยังปิดร่วงหนักติดกัน 2 วันรวมกว่า 950 จุด และดัชนีหุ้นดังกล่าวปิดหลุดระดับ 49,000 จุด นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นนาสแดคตกต่ำอย่างหนักปิดหลุดระดับ 23,000 จุด ที่สำคัญ ผลตอบแทนจากการลงทุนที่เป็นบวกของทั้ง ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี และดัชนีหุ้นนาสแดค มาตั้งแต่ต้นปีนี้ กลับกลายเป็นติดลบทันที
ในสัปดาห์ผ่านไปดัชนีหุ้นสำคัญทั้ง 3 แห่งปิดตลาดสุทธิ -0.3%, -0.4% และ -0.7% ตามลำดับ
สาเหตุจาก นักลงทุนมีกังวลอย่างมาก กับปัจจัยความขัดแย้งด้านการเมืองระหว่างประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และกลุ่มสหภาพยุโรป รวมถึงความต้องการเกาะกรีนแลนด์มาอยู่ภายใต้สหรัฐอเมริกา ที่สำคัญประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาขู่ว่าจะขึ้นอัตราภาษีศุลกากรนำเข้าสูงถึง 200% กับไวน์ และแชมเปญของประเทศฝรั่งเศส หลังจากที่ปรารถนาธิบดีฝรั่งเศสปฏิเสธคำเชิญให้เข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ความไม่ชัดเจนของผู้ได้รับการเสนอชื่อ เป็นประธานผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดคนต่อไป