ตลาดซื้อขายทองคำโลก นิวยอร์ก รายงานว่า วันที่ 2 เมษายน 2025 ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา พบว่า ราคาทองคำส่งมอบทันที หรือ Gold Spot ปิดที่ 3,129.46 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +0.06% ส่งผลราคาทองคำปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ขณะที่เมื่อวันที่ 1 เมษายนผ่านมา มีราคาสูงสุดระหว่างเป็นประวัติศาสตร์ที่ระดับ 3,148.88 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ตั้งแต่ต้นปีนี้มาถึงวันที่ 27 มีนาคม 2025 ทองคำราคาส่งมอบทันที(Spot)ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่เกิดขึ้น 20 ครั้ง และมีราคาทะยานขึ้นกว่า 18% นอกจากนี้ สิ้นสุดไตรมาสที่ 1 พบว่าราคาทองคำพุ่งดีที่สุดในรอบ 39 ปี หรือตั้งแต่ปี 1986 ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 มกราคมผ่านมา เป็นวันแรกที่ราคาทองคำปิดแตะหลัก 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ โดยครั้งสุดท้ายที่ราคาทองคำปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์อยู่ที่ระดับ 3,128.06 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคมผ่านมา
สอดรับกับราคาทองคำล่วงหน้า หรือ Gold Future นิวยอร์ก สหรัฐ ปิดที่ 3,166.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ +20.20 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ +0.6% ส่งผลราคาทองคำล่วงหน้า (Future) ปิดสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ และเกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 16 ในปี 2025 นี้ นอกจากนี้ ครั้งสุดท้ายที่ทองคำมีราคาปิดนิวไฮเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ปิดที่ระดับ 3,150.30 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ขณะที่เมื่อวันที่ 14 มีนาคม เป็นครั้งแรกที่มีราคาปิดแตะหลัก 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ และปิดที่ระดับ 3,001.10 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์
สาเหตุจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลง 0.4% การประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs พบว่ามีอัตราที่สูงเกินคาดหมายในหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน ญี่ปุ่น กลุ่มอียู หวั่นมากขึ้นที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่เสี่ยงต่อการถดถอยในอนาคต ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศอัตราภาษีดังกล่าวโดยให้มีผลในวันที่ 2 เมษายนนี้ทันที
ในทางเทคนิค พบว่าค่าดัชนีเปรียบเทียบราคาทองคำ หรือ Relative Strength Index ขึ้นสูงมาอยู่ที่ระดับ 70 จุด ซึ่งหมายถึงเกิดภาวะราคาทองคำสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน หรือซื้อมากเกินปัจจัยพื้นฐานแท้จริง นอกจากนี้ รอประกาศตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้