ปธน. จีน สี จิ้นผิง เตรียมบินนอกประเทศครั้งแรกในปีนี้ กลาง เม.ย.มา 3 ชาติในอาเซียนเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา คาดขันน็อตความสัมพันธ์ 3 ชาติที่สหรัฐจ่อขึ้นภาษีนำเข้าสูง พบไม่มีแผนมาประเทศไทย

ปธน. จีน สี จิ้นผิง เตรียมบินนอกประเทศครั้งแรกในปีนี้ กลาง เม.ย.มา 3 ชาติในอาเซียนเวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา คาดขันน็อตความสัมพันธ์ 3 ชาติที่สหรัฐจ่อขึ้น ภาษี นำเข้าสูง พบไม่มีแผนมาประเทศไทย

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เตรียมที่จะเดินทางเยือน 3 ประเทศในอาเซียนได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชาโดยคาดว่าจะเริ่มออกเดินทางในช่วงกลางเดือนเมษายนนี้ ซึ่งนับเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นับตั้งแต่ต้นปีนี้ เพื่อเป้าหมายในการพูดคุยและกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศกับทั้ง 3 ชาติในอาเซียนเนื่องจากทั้ง 3 ประเทศอยู่ในเป้าหมายของนโยบายการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของประเทศจีนในฐานะพันธมิตรทางการค้าที่เชื่อถือได้ และรับผิดชอบต่อภูมิภาคดังกล่าว

แหล่งข่าวในทางการทูตของจีน เปิดเผยว่านายสี จิ้นผิง จะเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียโดยใช้เวลาถึง 3 วันในประเทศมาเลเซีย เนื่องจากจะเป็นการติดตามและต่อยอดผลจากการเดินทางของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียไปยังกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนในปี 2024 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มความสัมพันธ์ด้านการค้าระดับทั้งสองประเทศ นับตั้งแต่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายอันวา อิบราฮิม ขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าวในปี 2022 เป็นต้นมา ได้เดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งถึง 3 ครั้ง ยังได้กล่าวว่าประเทศมาเลเซียอาจจะได้ทำการต้อนรับประธานาธิบดีจีน นายสี จิ้นผิง ภายใน 2 เดือนข้างหน้า

สำหรับประเทศเวียดนามเป็นประเทศคู่ค้าของจีนที่มีมูลค่าทางการค้าใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยมีสัดส่วนการค้าสูงถึง 26.5% ของปริมาณการค้าของกลุ่มอาเซียนในปี 2024 ที่ผ่านไป ในกุมภาพันธ์ที่ผ่านไปนั้น รัฐสภาของเวียดนามได้อนุมัติโครงการก่อสร้าง รถไฟมูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 272,000 ล้านบาท เพื่อเชื่อมระหว่างเมืองเศรษฐกิจไฮผองเข้าไปถึงทางตอนใต้ของมณฑลยูนนานประเทศจีน ความสำคัญของโครงการนี้ในด้านของเงินทุนนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนรวมอยู่ด้วย

สำหรับประเทศกัมพูชานั้น ประเทศจีนยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญในอันดับต้นต้น เป็นทั้งประเทศที่ให้การบริจาคเงินและประเทศที่ให้การลงทุน แล้วยังมีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านนโยบายและมาตรการริเริ่มหนึ่งเข็มขัดเศรษฐกิจ หนึ่งเส้นทาง หรือ One Belt One Road ของจีน ที่สำคัญโครงการฐานทัพเรือของประเทศกัมพูชา ซึ่งได้รับเงินลงทุนจากรัฐบาลจีนนั้น ทำการก่อสร้างเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย และอาจจะมีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการภายในเดือนเมษายนนี้

ถึงแม้ว่าการเดินทางไปในครั้งนี้ของผู้นำสูงสุดจีน เพื่อที่จะต้องการตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ และความมั่นคงในภูมิภาคดังกล่าวกับประเทศจีนยังคงเป็นเรื่องที่ระหองระแหงกันมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะระหว่างจีนกับประเทศเวียดนามในกรณีพิพาททางทะเลจีนใต้ จะเห็นได้จากรัฐบาลจีนอ้างสิทธิในหมู่เกาะ และแนวปะการังส่วนใหญ่ในบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทางทะเล นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวยังเป็นเส้นทางเดินเรือที่สําคัญ เช่นเดียวกับการอ้างสิทธิในน่านน้ําอื่นที่อยู่ติดกันด้วย ซึ่งกลายเป็นความตึงเครียดกับประเทศอื่นๆ ที่อ้างอิงสิทธิในพื้นที่ทางทะเลดังกล่าว ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และบรูไน

ทั้งนี้การเดินทางครั้งสุดท้ายที่มามายังภูมิภาคอาเซียนนั้นเป็นการเดินทางของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงไปเยือนประเทศเวียดนามในปี 2023 ที่ผ่านมา ในขณะที่เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมาประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเดินทางไปยังประเทศอินโดนีเซียเพื่อเข้าร่วมประชุมกลุ่มจี 20 โดยมีประเทศอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพการประชุม รวมถึงเดินทางไปยังประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมเอเปกที่กรุงเทพมหานคร

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles