ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการอัตราภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) บังคับใช้กับ 185 ประเทศทั่วโลก โดยมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 2 เมษายน 2025 ตามเวลาในกรุงวอชิงตัน ดีซี. ซึ่งจะตรงกับวันนี้ 3 เมษายน 2025 เวลา 11.01 น. ตามเวลาไทย อัตราต่ำสุดเก็บขึ้นภาษี 10% ใช้กับประเทศส่วนมาก ในขณะที่อัตราสูงสุด 50% ใช้กับ 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศแซงปีแยร์และมีเกอลง อยู่ในอาณานิคมของฝรั่งเศส และประเทศเลโซโท อยู่ในทวีปแอฟริกา สำหรับประเทศไทยถูกเก็บในอัตราสูงถึง 34% ส่งผลเป็นอัตราภาษีต่างตอบแทนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ระหว่างสหรัฐกับไทย นอกจากนี้ ไทยถูกเก็บอัตราภาษีดังกล่าวมากเป็นอันดับ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ถูกเก็บที่ 10% น้อยที่สุดในอาเซียน ส่วนประเทศกัมพูชาถูกเก็บมากที่สุดในอาเซียนที่ระดับ 49%
สำหรับอัตราภาษีต่างตอบแทนในกลุ่มประเทศอาเซียน ทั้ง 11 ประเทศ มีดังนี้ 1.กัมพูชา 49% 2.สปป.ลาว 48% 3.เวียดนาม 46% 4.เมียนมา 44% 5.ไทย 36% 6.อินโดนีเซีย 32% 7.มาเลเซีย 24% 8.บรูไน 24% 9.ฟิลิปปินส์ 17% 10.สิงคโปร์ 10% 11.ติมอร์-เลสเต้ 10%
ในขณะที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้ง 11 ประเทศมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐ ซึ่งเก็บมาเป็นเวลานานแล้ว เรียงตามลำดับดังนี้ 1.กัมพูชา 97% 2.สปป.ลาว 95% 3.เวียดนาม 90% 4.เมียนมา 88% 5.ไทย 72% 6.อินโดนีเซีย 64% 7.มาเลเซีย 47% 8.บรูไน 47% 9.ฟิลิปปินส์ 34% 10.สิงคโปร์ 10% 11.ติมอร์-เลสเต้ 10%
สำหรับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ของโลกล้วนถูกเก็บภาษีดังกล่าวในอัตราที่สูงมาก ได้แก่ จีน เป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชียถูกเก็บ 34% ไต้หวันถูกเก็บ 32% กลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งมีทั้งหมด 27 ประเทศสมาชิกถูกเก็บ 20% สวิสเซอร์แลนด์ถูกเก็บ 31% ญี่ปุ่นถูกเก็บ 24% อินเดียถูกเก็บ 26% เกาหลีใต้ถูกเก็บ 25% ในขณะที่ ซาอุดิอาราเบีย สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ถูกเก็บที่ประเทศละ 10%
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนผ่านมา โฆษกทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับมาตรการอัตราภาษีนำเข้าต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศมาตรการภาษีดังกล่าวในงานที่มีชื่อว่า สร้างอเมริกามั่งคั่งอีกครั้ง งานดังกล่าวจะจัดขึ้นที่สวนโรสการ์เด้นภายในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตันดีซี เวลา 16.00 น. ซึ่งจะตรงกับในค่ำคืนวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย
โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐได้ปฏิเสธที่จะพูดถึงอัตราภาษีดังกล่าวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าหลังจากมีการประกาศอัตราภาษีดังกล่าวโดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะมีผลบังคับใช้ทันทีคือในวันที่ 2 เมษายนสำหรับอัตราภาษีนำเข้าสูงขึ้น 25% สำหรับรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐจะมีผลในคืนวันนี้เช่นเดียวกัน แต่จะเริ่มเก็บรายได้จากอัตราภาษีดังกล่าวในวันที่ 3 เมษายนเป็นต้นไป
ทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา เปิดเผยต่อไปว่า ประธานาธิบดีสหรัฐยินดี และเปิดโอกาสให้บรรดาผู้นำสูงสุดจากทั่วโลกและผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนได้มีการติดต่อพูดคุยในเรื่องมาตรการภาษีต่างตอบแทน จะเห็นได้ว่าผู้นำสูงสุดในระดับรัฐบาลหลายประเทศได้มีการเจรจาพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ในช่วงที่ผ่านมา
สำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า คณะทำงานทำเนียบขาวร่างอัตราการจัดเก็บภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ที่ 20% เพื่อนำเสนอให้ประธานาธิบดีสหรัฐพิจารณา ตามที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศลงนามในคำสั่งบังคับใช้ในวันที่ 2 เมษายนนี้
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2025 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวให้สัมภาษณ์บนเครื่องบินประจำตำแหน่งแอร์ฟอร์ซ วัน (Airforce One) ว่า ไม่เคยได้ยินข่าวลือว่าจะเก็บภาษีต่างตอบแทนกับ 15 ประเทศ หรือ 10-15 ประเทศ เพราะฉะนั้น มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs กับทุกประเทศ เริ่ม 2 เมษายนนี้ นอกจากนี้ มาตรการภาษีนี้จะใช้ครอบคลุมไปถึงประเทศที่ใช้มาตรากีดกันการค้าในรูปแบบที่ไม่ใช่ภาษีกับสหรัฐด้วย