ประกาศกฎอัยการศึกทั้ง จ.นราธิวาส มีผลทันทีวันนี้ 11 ม.ค. ห้ามออกนอกที่อยู่อาศัย 3 ทุ่มถึงตี 5 กลาโหมประณามก่อวินาศกรรมคืนผ่านมา 10 ม.ค.ระเบิดปั้มน้ำมันปตท. 11 แห่งในยะลา ปัตตานี นราธิวาส

ประกาศกฎอัยการศึก ทั้งจ.นราธิวาสมีผลทันทีวันนี้ 11 ม.ค. ห้ามออกนอกที่อยู่อาศัย 3 ทุ่มถึงตี 5 กลาโหมประณามก่อวินาศกรรมคืนผ่านมา 10 ม.ค.ระเบิดปั้มน้ำมันปตท. 11 แห่งในยะลา ปัตตานี นราธิวาส

หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประกาศใช้กฎอัยการศึกในจังหวัดนราธิวาสครอบคลุมทุกอำเภอ เป็นไปตามประกาศและพระบรมราชโองการก่อนหน้านี้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย โดยควบคุมการเข้า–ออกของยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

พร้อมกันนี้ มีการประกาศ ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างเวลา 21.00–05.00 น. เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่

วันนี้ 11 มกราคม 2026 กระทรวงกลาโหม แถลงประณามการก่อวินาศกรรมพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ยืนยันรัฐบาลจะไม่ยอมให้ใช้ความรุนแรงมากำหนดอนาคตของพื้นที่ พร้อมเดินหน้าปกป้องประชาชน รักษาความสงบ สร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน

ตามที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน รวม 11 จุด ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการก่อวินาศกรรมรุนแรงในหลายพื้นที่พร้อมกันนั้น

กระทรวงกลาโหม ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม จงใจละเมิดกฎหมาย และมุ่งสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน ระบบสาธารณูปโภค และความมั่นคงของประเทศ เป็นการบ่อนทำลายความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างร้ายแรง

การก่อเหตุในลักษณะโจมตีพื้นที่สาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ไม่อาจอ้างเหตุผลหรืออุดมการณ์ใด ๆ มาสร้างความชอบธรรมได้ และขัดต่อหลักสันติวิธีตามมาตรฐานสากลอย่างสิ้นเชิง ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหา และไม่อาจยอมรับได้ในสังคมอารยะ

กระทรวงกลาโหมจะสนับสนุนการดำเนินการในทุกมาตรการของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงกลาโหม พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ ของประเทศ โดยเฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อควบคุมสถานการณ์ในทันที ดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองและกระบวนการยุติธรรมโดยด่วนต่อไป

กระทรวงกลาโหม ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ให้การปกปิด พักพิง สนับสนุน หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งถือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตามกฎหมายด้วย โดยขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมกันนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคืนควสมสงบสุขสู่สังคมโดยเร็ว

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles