นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมปศุสัตว์ได้ติดตามสถานการณ์ราคาไข่ไก่อย่างใกล้ชิดจากกรณีราคาไข่ไก่หน้าฟาร์มอ่อนตัวลง สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศที่เย็นต่อเนื่องในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการให้ไข่ของแม่ไก่ ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากกว่าปกติ และยืนยันว่า หากพบการปรับลดราคาที่ผิดปกติ เช่น มีการเทขายจากรายใหญ่ จนส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ กรมปศุสัตว์พร้อมดำเนินการตามมาตรการที่เหมาะสม ภายใต้แนวทางของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board)
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัวหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้มีไข่ไก่สะสมอยู่ในระบบเพิ่มขึ้น และกดดันให้ราคาไข่ไก่ปรับตัวลดลง ขณะที่ในด้านการบริหารจัดการอุปทาน กรมปศุสัตว์ได้เน้นย้ำให้ผู้เลี้ยงไก่ไข่ดำเนินการปลดแม่ไก่ยืนกรงตามอายุการใช้งานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมปริมาณผลผลิตไม่ให้ล้นตลาด และรักษาสมดุลของอุปทานในระบบให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคโดยกรมปศุสัตว์ได้ผลักดันให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เพิ่มการส่งออกไข่ไก่และผลิตภัณฑ์ไข่ไปยังตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินในประเทศ และสร้างสมดุลด้านปริมาณในภาพรวม
อย่างไรก็ตามจากการติดตามข้อมูลล่าสุด ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ได้มีการปรับลดลง จากเดิมที่ทรงตัวอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 โดยมีการปรับลดราคาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 เหลือฟองละ 3.40 บาท และปรับลดอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 อยู่ที่ฟองละ 3.20 บาทในปัจจุบัน โดยผู้เลี้ยงรายย่อยแจ้งว่า ราคารับซื้อบางพื้นที่ต่ำกว่าราคาแนะนำ