ปีประคองเศรษฐกิจไทยปี 2569 วิจัยกรุงศรี ชี้ปีแห่งกระแสความไม่แน่นอน คาดโตแค่ 1.6% ส่งออกดิ่งติดลบ ต่างชาติเที่ยวไทยฟื้นช่วงแคบมาได้กว่า 35 ล้านคน 

เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเป็นปีแห่งการ “ประคองตัว” มากกว่าการเร่งตัวของการเติบโต เนื่องจากถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว กระแสการกีดกันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความเปราะบางเชิงโครงสร้างภายในประเทศ และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวเพียง 1.8% ชะลอลงจากประมาณการ 2.1% ในปี 2568

ภาคการส่งออกจะเผชิญผลกระทบเต็มปีจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และมาตรการภาษีรายสินค้า อีกทั้งแรงหนุนชั่วคราวจากการเร่งส่งออกล่วงหน้าที่เริ่มหมดลง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการจัดเก็บภาษีกรณีการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า (transshipment tariffs) โดยทั้งปี 2569 คาดว่าการส่งออกจะหดตัว -1.8% สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มชะลอลงจากข้อจำกัดด้านฐานะการคลังและความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการตั้งวงเงินรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกัน ในช่วงรัฐบาลรักษาการหรือช่วงครึ่งแรกของปีอาจมีข้อจำกัดในการอนุมัติโครงการใหม่และการเบิกจ่ายงบประมาณ ด้านการบริโภคภาคเอกชนเผชิญกำลังซื้ออ่อนแรงและถูกจำกัดด้วยปัจจัยเชิงโครงสร้าง ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 80% ของ GDP การฟื้นตัวของรายได้ที่ล่าช้า รายได้ภาคเกษตรที่อ่อนแรง และความเสี่ยงต่อการจ้างงานเนื่องจากภาคส่งออกมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะเดียวกันแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นในช่วงที่ผ่านมาทยอยหมดลง อาทิ โครงการแจกเงินหมื่น โครงการคนละครึ่งพลัส และโครงการเที่ยวดีมีคืน ภาคครัวเรือนจึงมีแนวโน้มพึ่งพารายได้ประจำที่เติบโตในอัตราต่ำเป็นหลัก ในปี 2569 คาดว่าการเติบโตของการบริโภคจะชะลอลงสู่ระดับ 2.2% 

ในด้านบวก ภาคการท่องเที่ยวอาจมีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 35.5 ล้านคนในปี 2569 จากการเพิ่มเที่ยวบินฤดูหนาวและเส้นทางบินใหม่จากจีนและอินเดีย อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวยังค่อนข้างช้า โดยเฉพาะตลาดจีน จากความกังวลด้านความปลอดภัยและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวรวมยังต่ำกว่าระดับก่อนโควิดที่ 40 ล้านคนในปี 2562 สำหรับการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะรักษาแรงส่งได้แม้เติบโตช้า โดยได้แรงหนุนจาก โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น กระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียน การกระตุ้นการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass ของ BOI และแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนสู่ประเทศอาเซียนยังอาจเป็นปัจจัยหนุนต่อไทยในระยะต่อไป 

ในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาส 2 ปี 2569 แต่ยังอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1–3% โดยเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่เพียง 0.4% ท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่ทรงตัว มาตรการบรรเทาค่าครองชีพด้านพลังงาน และอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแรง ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มสูญเสียแรงส่ง เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และสภาพคล่องตึงตัว วิจัยกรุงศรีคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงอีก 0.25% สู่ระดับ 1.00% ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ในฐานะ counter-cyclical policy เพื่อช่วยบรรเทาความเสี่ยงโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลรักษาการซึ่งยังขาดแรงกระตุ้นทางการคลัง

โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการประคองตัวท่ามกลางกระแสความไม่แน่นอน ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก แม้เศรษฐกิจจะได้รับแรงพยุงจากภาคท่องเที่ยว การลงทุนจากต่างประเทศ และอุปสงค์ในประเทศบางส่วน แต่ยังต้องเผชิญความเสี่ยงและความท้าทายสำคัญหลายด้าน ได้แก่ ความตึงเครียดทางการค้าโลกที่สูงขึ้น นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอน และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การไหลทะลักของสินค้าจีนเข้าสู่ตลาดไทย ที่อาจมาพร้อมกับการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ตามกรอบข้อตกลงการค้า อันจะเพิ่มความเสี่ยงภาวะ Twin Influx ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อการผลิตสินค้าไทยในหลายกลุ่ม ความแปรปรวนของสภาพอากาศที่จะกระทบต่อรายได้เกษตรกร ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น หนี้ครัวเรือนสูง และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงของบางอุตสาหกรรม และความไม่แน่นอนด้านนโยบายและความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศ ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่แม้ยังเดินหน้าได้ แต่อาจต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างระมัดระวังเพื่อรองรับกับแรงกดดันจากหลายด้านในปี 2569

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles