ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หนี้ครัวเรือนสูง ปัจจัยเสี่ยงภายนอกรุมเร้า ห่วงเศรษฐกิจโต 1.5-1.7% คาดต่ำสุดในรอบ 10 ปี  

ในงานสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย จัดโดยเครือมติชน นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปี 2569 ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจจริงๆ หากตัดช่วงโควิด-19 ออก จีดีพีไทยที่คาดการณ์จะโต 1.5-1.7% น่าจะโตต่ำที่สุดรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เผชิญปัญหารุมเร้ารอบด้านมากมาย และปัญหาภายใน ต้องช่วยกันทำช่วยกันแก้ ไม่นับปัญหาต่อเนื่องนอกประเทศ อาทิ ภาษีที่ยังไม่จบ ระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนไป สงครามการค้า ภูมิรัฐศาสตร์ทั้งหลาย ทั้งหมดกระทบกับเศรษฐกิจไทยทั้งสิ้น ทำให้ตอนนี้เราอยู่ท่ามกลางปัญหาจริงๆ ต้องยอมรับ ประเทศไทยจะไปต่อได้ ผลิบานได้ ต้องร่วมกันทำ อย่าเป็นคนวิจารณ์หรือวิเคราะห์อย่างเดียว คนที่มีกำลังสามารถทำได้ ต้องลงมือทำ

โดยปัญหาเชิงโครงสร้างของไทยมีหลายเรื่องมาก อาทิ หนี้ครัวเรือน 87% ถือว่าสูงสุดเทียบกับประเทศอื่นที่อยู่ประมาณ 40-60% สินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่อง 13 ไตรมาส และไตรมาส 4-2568 จะต่อเนื่องเป็น 14 ไตรมาส ทำให้เศรษฐกิจไม่ขยายตัว เพราะสินเชื่อหดตัว เงินใหม่ไม่มี ผลิตภาพต่ำ ขีดความสามารถการแข่งขันไม่มี เพราะไม่มีการลงทุนใหม่ ทุนเทา เงินเทา การคอร์รัปชั่น ความเหลื่อมล้ำทั้งการเงิน รายได้ โอกาสและการศึกษา ที่ไม่ตอบโจทย์ตลาด หรือเศรษฐกิจในปัจจุบัน นวัตกรรมที่สูญหายไปของไทย มีเศรษฐกิจนอกระบบใหญ่มาก หาไม่เจอว่าใหญ่ขนาดไหน แต่มีขนาดใหญ่และหลากหลายมาก มีตั้งแต่ระบุว่ามีขนาด 30-100% ของจีดีพีไทย ขณะเดียวกันไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้กำลังการผลิต แรงงาน และการบริโภคมีจำกัด รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง ที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ระบบกฎหมายล้าหลัง มีความน่าสงสัยถึงการบังคับใช้กฎหมายมากมาย กีโยตินกฎหมายทั้งหลายพูดกันมานานแต่ไม่เห็นทำอะไร ทั้งหมดคือปัญหาเชิงโครงสร้าง 

 โครงสร้างหลักในการประคองเศรษฐกิจไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ตอนนี้ตัวเลขยุบลงไป เนื่องจากมีเลือกตั้ง ทำให้อย่างน้อยเวลา 5-6 เดือนจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด อาทิ คนละครึ่งพลัส การลดภาษี มาตรการทางการคลังสูญหายไป เครื่องยนต์ส่วนนี้หายไป หากรัฐบาลใหม่เข้ามาก็ต้องเข้าสู่กระบวนการจัดทำงบประมาณที่จะเริ่มในเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ แม้เร่งอย่างไร แต่งบประมาณปี 2570 ที่จะเริ่มต้น 1 ตุลาคมนี้ ต้องล่าช้าออกไป ทำให้ต้นปีหายไป 5-6 เดือน ปลายปีหายไปอีก 2-3 เดือน ทำให้การใช้จ่ายภาครัฐเป็นแรงส่งที่เหลือน้อยมาก ดันจีดีพีได้เพียง 0-0.1% ประคองเศรษฐกิจได้ต่ำมาก ไม่นับความต่อเนื่องภัยพิบัติที่เกิดขึ้นแล้ว อาทิ หาดใหญ่ รุนแรงกว่าคาด รวมถึงปีนี้ที่จะเกิดภัยพิบัติขึ้นอีกเหมือนทุกปี ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ซ้ำเติมเพิ่มเข้าไปแน่นอน

ส่วนในปี 2570 ยังคาดหวังว่าจะดีขึ้น กลับเข้าสู่สภาวะปกติ เห็นการโตของจีดีพีประมาณ 2.2-2.3% แต่เป็นการเติบโตที่ต่ำลง รวมถึงการเติบโตเต็มศักยภาพ นำทรัพยากรทั้งหมดใส่เข้าไปด้วยเทคโนโลยีทั้งหมดที่มีอยู่ คนและเงิน เพื่อให้ประเทศโตได้อย่างเต็มที่เต็มศักยภาพ ซึ่งคาดว่าจะโตประมาณ 2.7%

ติดตาม BTimes ได้ตามช่องทางข้างล่างนี้
Latest Posts

Related Articles