นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขที่น่าสนใจในขณะนี้ คือการนำเข้าจากจีนยังเพิ่มต่อเนื่อง ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา นำเข้าจากจีนเพิ่มถึง 20% โดยเฉพาะเหล็ก ยางรถยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นห่วงคือ สินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะจีนเข้ามาสวมสิทธิสินค้าไทยเพื่อส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ประเด็นนี้ทางการสหรัฐมีการจับตาประเทศไทยค่อนข้างมาก
นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการส่งออกไปสหรัฐเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเร่งนำเข้าก่อนใช้มาตรการภาษี แต่กลับพบว่า ดัชนีการผลิตในประเทศไทยลดลง สอดคล้องตัวเลขนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนก็เพิ่มขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าอาจมีการนำสินค้าจีนเข้ามาเพื่อใช้สิทธิส่งออก หรืออาจนำเข้าวัตถุดิบมาผลิต แต่ใช้วัตถุดิบในประเทศไทยเพียง 10-20% แต่กลับใช้วัตถุดิบจากประเทศจีนมากถึง 70-80%
สถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกานั้น ตกเป็นเป้าหมายของประธานาธิบดีนายโดนัลด์ ทรัมป์ในการใช้มาตรการขึ้นภาษี เพื่อต้องการดึงการลงทุนและการจ้างงานกลับคืนไปสหรัฐอเมริกา ในปี 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเกินดุลสหรัฐเพิ่มขึ้นจนมาอยูู่อันดับ 11 ของโลก อุตสาหกรรมที่เกินดุลมากก็ย่อมจะได้รับผลกระทบ เช่น เหล็ก และอะลูมินัม ซึ่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกขศขึ้นภาษีไปก่อนหน้านี้แล้ว ประเทศไทยส่งออกไสินค้าไปสหรัฐค่อนข้างมากมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือกว่า 340,000 ล้านบาท นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะมีการขึ้นภาษีแบบเฉพาะเจาะจงกลุ่มสินค้าตามมาด้วย ซึ่งจะทำให้กลุ่มยานยนต์ และชิ้นส่วนรับผลกระทบเพิ่มอีก
ทั้งนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเอกชนไทยต้องเตรียมแผนรับมือ รวมถึงต้องเตรียมข้อมูลชี้แจงด้วยว่าการเกินดุลบางส่วนก็มาจากการที่สหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในไทย และส่งออกกลับไปสหรัฐเช่นกัน ได้แก่ อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็ยังเกินดุลไทยหลายส่วน โดยเฉพาะธุรกิจบริการออนไลน์ ดาต้าเซอร์วิส รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา