จากการที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาเข้าของสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่ 1บาทแรก เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคมที่ผ่านมา พร้อม “ขอความร่วมมือ” แพลตฟอร์มออนไลน์คัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการช้อปปิ้งออนไลน์สะดวก ปลอดภัย และได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น
วันนี้ ( 9 ม.ค.2569 ) **นางสาวณัฐวดี เต็งพานิชกุล นักกฎหมายมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค** ชี้ว่า มาตรการนี้มีข้อดีที่ช่วยผู้ค้าออนไลน์ของไทยหลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำด้านภาษี แต่ขอให้มองไปถึงการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่ เพราะการที่รัฐฯทำแค่ “ขอความร่วมมือ”กับแพลตฟอร์มออนไลน์ หากอีกฝ่ายไม่ยอมให้ความร่วมมือ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ควบคุมไปไม่ถึง หรือผู้ค้ารายย่อย ผลกระทบจะตกมาที่ผู้บริโภคทันที ดังนั้น มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จึงขอเสนอทำให้สินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีมาตรฐาน อย่างแท้จริง
ขอยกตัวอย่างเมื่อเดือนกันยายน 2562 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ องค์กรผู้บริโภค และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ “เอ็ด-ด้า” ( ETDA ) จับมือกับ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย บริษัท เซ็นทรัล เจดี คอมเมิร์ซ จำกัด , บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยู จำกัด และบริษัท บิวตี้ นิสต้า จำกัด ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อขายสินค้าและบริการในตลาดออนไลน์” เพื่อตรวจสอบสินค้าไม่ปลอดภัย และไม่ได้มาตรฐาน พบปัญหาการตรวจสอบที่เข้าไม่ถึงจุดบอด จึงไม่ครอบคลุมการค้นหาสินค้าอันตรายและไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากต้องใช้คีย์เวิร์ด (Keyword) ซึ่งเป็น “คำ ” หรือ “วลีสำคัญ ” ที่ใช้ค้นหาข้อมูล สินค้า หรือ บริการบนตลาดออนไลน์ แต่เมื่อผู้ค้าแต่ละรายทำการปรับเปลี่ยนถ้อยคำ จึงทำการตรวจสอบเป็นไปได้ยาก ที่สำคัญ ต้องให้ร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ แจ้งรายละเอียด “เลข มอก.” มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม รวมถึง “เลข อย. 13 หลัก” เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลที่จะสามารถนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้ รวมถึงการให้แพลตฟอร์มออนไลน์แจ้งข้อมูลผู้ขายให้ชัดเจน ว่าเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ มีที่อยู่หรือร้านค้าทางกายภาพจริงๆ อยู่ที่ไหนหรือไม่ เพราะหากจะต้องดำเนินคดีซื้อขายออนไลน์กับร้านค้า จำเป็นต้องใช้อีเมล์ของผู้ขาย เพื่อใช้ในการดำเนินการส่งหมายเรียกไปยังผู้ขาย หากไม่มีข้อมูลดังกล่าวจะทำให้สามารถส่งหมายเรียกผู้ขายมาได้ และมีสามารถดำเนินคดีต่อไป
ดังนั้น เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงขอเสนอภาครัฐฯ ต้องทำให้สินค้าถูกตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มข้น การจำหน่ายสินค้าออนไลน์ต้องเป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน รวมถึง เสนอทุกหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลคุ้มครองผู้บริโภค รวมศูนย์การทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ “เอ็ด-ด้า” ( ETDA) สังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ ที่ดูแลสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์, สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย. ) กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี, กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันได้อย่างครบถ้วนและเป็นหนึ่งเดียว เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคให้ได้รับการแก้ไขปัญหาสินค้าอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม และลดปัญหาที่จะนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี